Categories
BLOG

Donz ร้านข้าวหน้าเนื้อ Omakase ระดับพรีเมี่ยมชนิดที่ไม่อร่อยไม่เสิร์ฟ!

ถ้าเพื่อนๆ กำลังมองหาร้านข้าวหน้าเนื้อร้านใหม่ที่เสิร์ฟของอร่อยดีต่อใจ วันนี้เรามีพิกัดมาฝากค่ะ นั่นคือร้าน Donz ร้านข้าวหน้าเนื้อสไตล์ญี่ปุ่นที่ได้รสชาติญี่ปุ่นแท้ๆ จากฝีมือเจ้าของคนญี่ปุ่น

Donz ร้านข้าวหน้าเนื้อสไตล์ญี่ปุ่นระดับพรีเมี่ยม

Donz เป็นร้านข้าวหน้าเนื้อสไตล์ญี่ปุ่นแบบ Omakase ที่เชฟเจ้าของร้านเป็นผู้เลือกสรรวัตถุดิบและเมนูด้วยตัวเองอย่างพิถีพิถัน

ในข้าวหน้าเนื้อชามหนึ่งจะมีอะไรบ้าง? เมื่อชามมาเสิร์ฟเราจะเห็นข้าวหน้าเนื้อที่แน่นด้วยเนื้อชั้นดีซึ่งคัดมาเป็นพิเศษ พร้อมท็อปปิ้งด้วยไข่และกิมจิโฮมเมดที่ช่วยชูโรงให้ข้าวหน้าเนื้ออร่อยยิ่งขึ้นไปอีก! เนื้อที่ใช้สำหรับข้าวหน้าเนื้อใน DONZ เป็นเนื้อส่วน SHORT RIB ซึ่งเป็นส่วนที่อยู่ระหว่าง SHORTLOIN กับ RIB ที่ขึ้นชื่อเรื่องความนุ่มเป็นพิเศษ โดยทางร้านนำเข้าเนื้อจากอเมริกาและนำมาย่างกับซอสสูตรลับสไตล์ญี่ปุ่นเฉพาะตัว ทำให้ได้ข้าวหน้าเนื้อที่หลายคนคุ้นเคยแต่อร่อยไปอีกขั้น!    สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

ในส่วนของปริมาณนั้นไม่ต้องพูดถึง เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นร้านจากเจ้าของชาวญี่ปุ่นแล้ว งานนี้อิ่มคุ้มแน่นอน เพราะที่นี่ให้เนื้อชนิดที่ไม่หวง ซึ่งถึงเครื่องจะเยอะและหนักแบบนี้ แต่ด้วยเนื้อย่างที่หอมเนยและซอสญี่ปุ่น ข้าวสวยญี่ปุ่นที่นุ่มกำลังดี  และกิมจิโฮมเมดที่มาตัดรสชาติแล้ว นับว่าเป็นเมนูที่ทานได้เพลินเมนูหนึ่งทีเดียว

 

นอกจากข้าวหน้าเนื้อแล้ว Donz มีอะไรอีกบ้าง?

นอกจากข้าวหน้าเนื้อแล้ว Donz ยังมีข้าวหน้าหมูคุโรบุตะสำหรับใครที่ไม่ทานเนื้อ และมีเมนูใหม่คือข้าวหน้าเนื้อสไตล์สุกี้ยากี้ที่เสิร์ฟเนื้อย่างอร่อยตามสไตล์ของร้านเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือมีผักและหมี่เย็นมาเป็นท็อปปิ้งด้วย ที่พิเศษคือ หลังจากนี้ดูเหมือนทางร้านจะกำลังพัฒนาเมนูใหม่เอาใจคน Vegan อีกด้วย!

 

 

เพื่อนๆ ที่สนใจสามารถแวะไปชิมที่ร้านหรือสั่งเดลิเวอรี่ได้ผ่าน Line Man, Food Panda, Grab และ GET! ค่ะ

 

ร้านข้าวหน้าเนื้อ Donz
ที่อยู่: ชั้น 2 Union Space, 30 ซอยสุขุมวิท 61, กรุงเทพ
เวลาเปิด-ปิด: 10.00 – 22.00 น.
โทร: 02 714 2116
Facebook: Donz (@donzbkk)
Instagram: donz_bkk
อ่านรีวิวจาก Wongnai: ร้าน Donz

Categories
BLOG

วาเลนไทน์นี้ขอวากาชิแทนได้มั้ย!? แนะนำขนมญี่ปุ่นสุดคิ้วท์ต้อนรับเทศกาลแห่งความรัก

ของขวัญที่มอบให้กันในวันวาเลนไทน์มักเป็นช็อกโกแลตหรือดอกกุหลาบ สำหรับใครที่เบื่อของขวัญแบบเดิมๆ ลองเปลี่ยนเป็นขนมสไตล์ญี่ปุ่น หรือ “วากาชิ” ดูมั้ยคะ ? สำหรับใครที่สนใจเรื่องวากาชิ สามารถเข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้ที่ รู้จัก “วากาชิ” ขนมโบราณญี่ปุ่นและเสน่ห์ความอร่อยที่มีมากว่าพันปี

ร้านขนมญี่ปุ่นชื่อดังในโอซาก้า “มุคาชิน” (Mukashin) ออกเซ็ตขนม “ทาคุมิ โนะ โคโบะโคะ ช็อกโกล่า” (Takumi no Kobako Chocolat) ลายพิเศษต้อนรับเทศกาลแห่งความรัก

 

“ทาคุมิ โนะ โคโบะโคะ ช็อกโกล่า” (Takumi no Kobako Chocolat) วางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม ปี 2021 มุคาชินเป็นร้านขนมญี่ปุ่นที่เปิดกิจการมากว่า 100 ปี ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในภูมิภาคคันไซ เมนูยอดนิยมก็คือ “กันโซ โอซาก้า มิทาราชิ ดังโกะ” (Ganso Osaka Mitarashi Dango)” ซึ่งเป็นดังโกะที่มีซอสอยู่ข้างใน แต่ในทางกลับกันขนมญี่ปุ่นอย่าง “โยคัง” (Yokan) กลับยอดขายลดลงกว่าครึ่ง เมื่อเทียบกับ 10 ปีที่แล้ว เนื่องจากคนรุ่นใหม่ไม่นิยมทานขนมญี่ปุ่น และปริมาณที่มากเกินไปทำให้ทานไม่หมดในครั้งเดียว จาก Pain Point ดังกล่าว ทางร้านจึงเริ่มวางจำหน่ายเซ็ตขนมทาคุมิ โนะ โคโบะโคะ ช็อกโกล่า ด้วยขนาดที่ทานง่ายขึ้น และเมื่อตัดแล้วจะพบลวดลายสวยงามด้านใน จึงกลายเป็นสินค้าขายดีของทางร้านซึ่งมียอดขายมากกว่า 3 กล่อง

 

 

ด้วยความต้องการของทางร้านที่อยากให้คนหลากหลายช่วงวัยได้ทานขนมญี่ปุ่น จึงเกิดเซ็ตขนม “ทาคุมิ โนะ โคบาโกะ” ที่ใช้ช็อกโกแลตเป็นส่วนผสมหลักขึ้นมา ในเซ็ตจะประกอบด้วยโยคังรสช็อกโกแลตเข้มข้น และอุกิจิมะ (Ukijima) ขนมอบสไตล์ญี่ปุ่นที่มีเนื้อแป้งคล้ายคัสเตลล่า ทำมาจากโกโก้ของ “เฟรย์คลินน์” (Felchlin) แบรนด์ช็อกโกแลตชื่อดังจากสวิสเซอร์แลนด์      UFABET เว็บตรง

ทางร้านให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์ของขนมเป็นพิเศษ จึงทำโยคังให้ออกเป็นรูปหัวใจสีแดงและสีชมพูน่ารักมุ้งมิ้งอยู่ข้างใน ส่วนอุกิจิมะแนะนำให้ทานคู่กับวิปครีมค่ะ ในเซ็ตจะประกอบโยกังและอุกิจิมะอย่างละ 2 ชิ้น ราคาเพียง 1,450 เยน (418 บาท) เท่านั้น!

การดัดแปลงสินค้าให้เข้ากับความต้องการของลูกค้า และความเปลี่ยนแปลงของสังคมเป็นกลยุทธเชิงธุรกิจ แต่ในอีกนัยหนึ่งก็เป็นการรักษาเมนูอร่อยให้อยู่คู่กับสังคมและคนญี่ปุ่นสืบต่อไปค่ะ

Categories
BLOG

แคมเปญเอาใจวัยหนุ่มสาว ASAHI จัดปาร์ตี้ทิพย์ “ASAHI SUPER DRY VIRTUAL BAR” ครั้งที่ 10! 9 พ.ค. นี้!

ตอนนี้ภาวะโควิดประเทศไทยน่าเป็นห่วงจริงๆ นะครับโดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ที่มีผู้ป่วยโควิดโผล่มาวันละเป็นสองสามร้อยคนจนเตียงรพ. สนามจะไม่พอใช้อยู่แล้ว คราวนี้เขาว่ามาจากคลัสเตอร์คนเที่ยวกลางคืน พวกผับบาร์ร้านเหล้านั่งดื่มกันเสียด้วย ไม่ได้อยากพูดแบบชักใบให้เรือเสีย แต่ว่าหากคนไทยเราละเลิกจากการไปนั่งร้านกลางคืน หันมาตั้งวงนั่งดื่มออนไลน์แบบ “ปาร์ตี้ทิพย์” อย่างคนญี่ปุ่นกันเสียตั้งแต่ปีที่แล้ว เหตุสะเทือนขวัญคงไม่เกิด!?

บริษัทเบียร์ Asahi (ซร้วบๆ) เบียร์ญี่ปุ่นที่คนไทยรู้จักกันดี ออกแคมเปญ ปาร์ตี้ทิพย์ “สนับสนุนสมาชิกใหม่ของสังคม! (新社会人応援!) ASAHI SUPER DRY VIRTUAL BAR” ครั้งที่ 10! (อะไรนะ ครั้งที่สิบแล้วเหรอ!?) ซึ่งคราวนี้จะจัดขึ้นในวันที่ 9 พฤษภาคม ศกนี้

แคมเปญนี้จัดเพื่อสนับสนุนให้กำลังใจ “สมาชิกใหม่ของสังคม” ที่กำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่ (หลังเรียนหนังสือจบและเพิ่งได้งานทำ) และทำงานหนักทุกวัน เนื่องจากในภาวะเช่นนี้ การจะจัดปาร์ตี้ชุมนุมคนมากๆ มันเป็นการยาก (ก็อย่างว่าครับ ภาวะโควิด) ก็เลยจะจัดในรูปแบบของปาร์ตี้ทิพย์ (ออนไลน์) แทน ซึ่งคราวนี้ Asahi ได้ colab กับรายการสารคดี “Jounetsu Tairiku” (情熱大陸) โดยมีคู่หูคู่ฮายอดฮิตของคนรุ่นใหม่ Pekopa ぺこぱ มาร่วมแจมในงานเพื่อสร้างสีสันในการดื่มเบียร์

การรับสมัครผู้ร่วมงานปาร์ตี้ทิพย์ครั้งนี้จะเป็นการรับสมัครทาง LINE หรือ Twitter โดยรับสมัครสมาชิกใหม่ของสังคมที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป มาจับฉลากเพื่อสรรหาผู้โชคดี 1,000 คน งานปาร์ตี้ทิพย์จะถ่ายทอดสดผ่าน Twitter ทางการของ Asahi Breweries และทุกท่านที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไปสามารถรับชมได้

แคมเปญนี้มีจัดมาตั้งแต่เดือนเมษายนปีที่แล้ว เพื่อส่งเสริมการสื่อสารรูปแบบใหม่ผ่านเบียร์ด้วยการโปรโมตโดยใช้สโลแกน “ เบียร์ = ทุกคนสนุกไปด้วยกัน เชื่อมใจกันทุกคน” ที่ผ่านมาได้มีการจัดในรูปแบบงานฮัลโลวีนทิพย์และงานปีใหม่ทิพย์ไปแล้ว โดย 9 ครั้งที่ผ่านมามีผู้สมัครมาจับฉลากรวมกันราว 96,000 คน (สรรหาผู้โชคดีครั้งละ 1,000 คน) งานนี้มุ่งเป้าหมายการตลาดไปที่คนทำงานวัยหนุ่มสาวอายุ 20 ถึง 30 ปี    สล็อตเว็บตรง

สำหรับรายละเอียดการรับสมัครผู้เข้างานปาร์ตี้ทิพย์ครั้งที่ 10 นี้ มีรายละเอียดดังนี้

วันที่จัดงาน: 9 พฤษภาคม 2564
ระยะเวลารับสมัคร: ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน ถึง 26 เมษายน 2564
วิธีการสมัคร: ใช้การจับสลาก สามารถสมัครได้ทางเว็บ
URL: sd.asahibeer.co.jp
การสมัครเข้าร่วมกิจกรรมนี้ จำกัดเฉพาะสมาชิกใหม่ของสังคมที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป
*ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะไม่สามารถสมัครได้
ติดต่อสอบถามได้ที่: [email protected]

ทำไมบริษัทเบียร์ในไทยเราไม่มีแคมเปญแบบนี้บ้าง จะได้เมาได้ด้วย หยุดเชื้อเพื่อชาติก็ได้ด้วย ห๊า!!?? (เมาดิบน่ะครับ 55)

Categories
BLOG

ประโยชน์ของหัวไชเท้าแห้งและวิธีการนำมารับประทานที่คนญี่ปุ่นนิยม

หัวไชเท้าเป็นผลผลิตทางการเกษตรที่คนญี่ปุ่นนิยมนำมาประกอบอาหารญี่ปุ่นหลากหลายเมนู ในช่วงที่มีผลผลิตล้นตลาดคนญี่ปุ่นก็นำมาแปรรูปเป็นหัวไชเท้าแห้งและนำมาปรุงเป็นเมนูอาหารที่อร่อยอย่างไม่น่าเชื่อ มารู้ถึงคุณค่าของสารอาหารในหัวไชเท้าแห้งและเมนูยอดนิยมจากหัวไชเท้าแห้งของคนญี่ปุ่นกันนะคะ

คุณค่าและสารอาหารในหัวไชเท้าแห้ง

หัวไชเท้าแห้ง หรือ Kiriboshi daikon (干し大根) คือหัวไชเท้าหั่นเป็นเส้นและตากแดดจนเหลือปริมาณน้ำประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ ในระหว่างการตากแห้งเอนไซม์ในหัวไชเท้าที่ถูกกระตุ้นด้วยแสงยูวีจะเร่งปฏิกิริยาให้ผลิตกรดอะมิโนเพิ่มขึ้นจึงทำให้หัวไชเท้าแห้งที่นำมาปรุงสุกมีรสชาติอร่อย  แม้ว่าหัวไชเท้าแห้งจะมีปริมาณวิตามินซีลดลง แต่ก็มีสารอาหารสำคัญหลายชนิดเพิ่มขึ้นหลายเท่า ได้แก่ แคลเซียมซึ่งเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและฟัน (23 เท่า)  ธาตุเหล็กซึ่งช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง (32 เท่า) วิตามินบี 1 และ บี 2 ซึ่งเสริมการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย (10 เท่า) เส้นใยอาหารที่ละลายน้ำได้ (6  เท่า) และเส้นใยที่ไม่ละลายน้ำ (20 เท่า) เป็นต้น

ประโยชน์ของเส้นใยอาหารในหัวไชเท้าแห้งต่อร่างกาย

ช่วยบรรเทาอาการท้องผูก

หัวไชเท้าแห้งอุดมไปด้วยเส้นใยอาหารและลิกนิน (Lignin) ซึ่งจะช่วยเพิ่มปริมาณอุจจาระและเสริมให้มีการเคลื่อนตัวของลำไส้ส่งผลในการป้องกันและบรรเทาอาการท้องผูก

ป้องกันภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง (Atherosclerosis)

ลิกนินซึ่งเป็นเส้นใยอาหารที่ไม่ละลายน้ำจะจับคอเลสเตอรอลส่วนเกินในร่างกายและขับออกทางอุจจาระจึงช่วยป้องกันภาวะหลอดเลือดแดงแข็งได้

ป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่

เส้นใยลิกนินมีคุณสมบัติในการดูดซับสารก่อมะเร็งและขับออกทางอุจจาระ อีกทั้งยังมีคุณสมบัติต้านแบคทีเรีย ซึ่งส่งผลในการป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ได้

วิธีการนำหัวไชเท้าแห้งมารับประทาน

วิธีการนำหัวไชเท้าแห้งมารับประทานทำได้ทั้งนำมาแช่น้ำประมาณ 5-20 นาทีแล้วจึงนำไปประกอบอาหาร หรือนำไปใส่ในซุปมิโซะได้เลยโดยไม่ต้องแช่น้ำ ซึ่งวิธีการหลังจะคงความหวานและรสชาติอูมามิของหัวไชเท้าไว้ได้มากกว่า อย่างไรก็ดี เมนูที่คนญี่ปุ่นนิยมคือ หัวไชเท้าแห้งต้มปรุงรสหรือ Kiriboshi daikon  niimono (干し大根の煮物) ซึ่งมีวิธีทำดังนี้

วัตถุดิบ

  • หัวไชเท้าแห้ง 30 กรัม
  • เต้าหู้ทอดอาบุระอาเกะ 1 ชิ้น
  • แครอท 1/2 หัว หรือ 50 กรัม
  • ผงดาชิ 1 ช้อนชา
  • น้ำ 250 มิลลิลิตร
  • โชยุ 1 1/2  ช้อนโต๊ะ
  • มิริน 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ
  • สาเกปรุงอาหาร 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมัน 1/2-1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

1. นำหัวไชเท้าแห้งมาแช่น้ำไว้ประมาณ 10 นาที บีบน้ำออกจากหัวไชเท้า และนำมาหั่นให้มีขนาดที่รับประทานได้ง่าย

2. หั่นแครอทเป็นเส้น ใช้กระดาษชำระสำหรับงานครัวซับน้ำมันออกจากเต้าหู้ทอดอาบุระอาเกะ แล้วหั่นให้มีขนาดเล็ก

 

3. เติมน้ำมันลงไปในกระทะ ใส่หัวไชเท้าและแครอทลงไปผัด ใส่เต้าหู้ที่หั่นไว้ลงไป เติมน้ำ ดาชิ มิริน และสาเกปรุงอาหารลงไป ต้มเคี่ยวด้วยไฟกลางจนหัวไชเท้าและแครอทนิ่ม แล้วจึงเติมน้ำตาลและโชยุลงไป คนให้เข้ากันและต้มอีกซักครู่ จากนั้นจึงตักใส่จานนำมารับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ            สล็อตเว็บตรง

เมนูจากหัวไชเท้าแห้งเป็นหนึ่งในเมนูเพื่อสุขภาพที่คนญี่ปุ่นนิยม นอกจากวัตถุดิบดังกล่าวข้างต้นแล้วก็สามารถเติมถั่วเหลืองต้ม เห็ดหอม หรือชิคุวะลงไปได้ตามชอบ มีเวลาลองทำดูนะคะ

Categories
BLOG

พาไปชิม! ‘อิกะเมชิ’ ปลาหมึกยัดไส้ข้าวเหนียว เมนูข้าวกล่องรถไฟจากฮอกไกโด

เอกิเบ็น (Ekiben) หรือข้าวกล่องรถไฟ ถูกวางจำหน่ายครั้งแรกตั้งแต่ยุคเมจิ เป็นเมนูข้าวกล่องสำหรับนำไปรับประทานระหว่างการเดินทางด้วยรถไฟที่ใช้ระยะเวลานาน มักวางจำหน่ายตามสถานีรถไฟหรือบนขบวนรถไฟ ซึ่งในแต่ละพื้นที่ของญี่ปุ่นก็จะมีเอกิเบ็นที่มี ‘เอกลักษณ์เฉพาะตัว’ แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านภูมิประเทศและวัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่น เป็นต้น และยังเป็น ‘เสน่ห์’ สำคัญที่ทำให้หลายคนเลือกที่จะออกเดินทางท่องเที่ยวด้วยรถไฟ เพื่อไปรับประทานเอกิเบ็นของแต่ละแห่งในญี่ปุ่นอีกด้วย

ปลาหมึก ผลผลิตพิเศษเฉพาะของฮาโกดาเตะ จ.ฮอกไกโด

ถ้าพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวขวัญใจชาวไทย หลายคนคงนึกถึง ‘ฮอกไกโด’ เกาะทางเหนือสุดของญี่ปุ่น ที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวสวย ๆ และเมนูอาหารที่อร่อยถูกปาก

และถ้าพูดถึงเอกิเบ็นที่เป็นตัวแทนของจ.ฮอกไกโด ก็คงพลาดไม่ได้กับเมนู ‘อิกะเมชิ’ หรือปลาหมึกยัดไส้ข้าว เป็นเมนูอาหารประจำท้องถิ่นเมืองฮาโกดาเตะ โดยใช้วัตถุดิบหลักอย่าง ‘ปลาหมึก’ ซึ่งเป็นผลผลิตพิเศษที่หาได้ในฮาโกดาเตะโดยเฉพาะ นำมาล้าง ตัดหนวด และดึงส่วนด้านในของปลาหมึกออก ก่อนยัดไส้ด้วยข้าวเหนียวญี่ปุ่น และต้มให้มีรสชาติหวานนำเค็ม โดยใช้เครื่องปรุงหลักอย่างซอสโชยุ

โดยอิกะเมชิ เป็นเมนูข้าวกล่องรถไฟที่ถูกคิดค้นขึ้นในเมืองโมริ เพื่อช่วยประหยัดต้นทุนการใช้ข้าว ในยุคญี่ปุ่นที่ต้องเผชิญปัญหาข้าวสารขาดแคลน นอกจากนี้ อิกะเมชิยังเป็นเมนูอาหารที่ทำให้อิ่มท้องได้นานและรับประทานได้ง่าย รสอุมามิหวานนำเค็มที่ซึมซาบเข้าไปในเนื้อปลาหมึกยังเข้ากันได้ดีกับข้าวเหนียว ทำให้เมนูดังกล่าว กลายเป็นที่นิยมมาจนถึงยุคปัจจุบัน

พาไปชิม ‘อิกะเมชิ’ @สยาม ทาคาชิมายะ อร่อยเหมือนได้รับประทานที่ฮอกไกโด!

“ถ้าไม่ไปถึงฮอกไกโด..ก็คงไม่มีโอกาสไม่ได้ลิ้มรสความอร่อยของอิกะเมชิสินะ..?” ใครที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วรู้สึกหิว อยากลองชิมความอร่อยของเมนูอิกะเมชิ เรามีข่าวดีมาบอกค่ะ!

ตอนนี้เพื่อน ๆ สามารถเดินทางไปฟินกับเมนูอิกะเมชิรสชาติต้นตำหรับจากฮอกไกโดได้ที่ร้านแอนเทนน่า ‘Dosanko Plaza’ ในห้างฯ สยาม ทาคาชิมายะ ที่ตั้งอยู่บริเวณชั้น G ของไอคอนสยาม โดยตั้งแต่วันที่ 28 ม.ค. ถึง 6 ก.พ. นี้ ห้างฯ สยาม ทาคาชิมายะ กำลังจัดงานมหกรรมอาหารจากฮอกไกโด ‘Foodie Island Hokkaido’ ซึ่งนอกจากจะมีเมนูอิกะเมชิแล้ว ยังมีสินค้าและผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อจากฮอกไกโดให้ได้เลือกชอปปิงอีกมากมาย ให้เพื่อน ๆ ได้สัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวฮอกไกโดในประเทศไทยได้อีกด้วย

อีเวนต์ดี ๆ แบบนี้หาไม่ได้บ่อย ๆ นะ! เพราะฉะนั้น ห้ามพลาดโอกาสที่จะรับประทานเมนูอร่อย ๆ และชอปปิงสินค้าขายดีส่งตรงจากฮอกไกโดในครั้งนี้กัน!      สล็อตเว็บตรง

 

ข้อมูลอีเวนต์
ร้านแอนเทนน่า ‘Dosanko Plaza’ (ห้างฯ สยาม ทาคาชิมายะ)
ที่อยู่ : 299 ถนนเจริญนคร แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร 10600 (ภายในห้างสรรพสินค้า ICONSIAM )
เวลาทำการ : 10:00 – 22:00 น.

Categories
BLOG

สำหรับคนชอบหอย! 6 อันดับซาชิมิหอยแสนอร่อยที่คนญี่ปุ่นชอบ

นอกจากซาชิมิจากปลาและกุ้งแล้วก็ยังมีซาชิมิหอยที่คนญี่ปุ่นจำนวนมากนิยมรับประทาน หอยในญี่ปุ่นมีรสชาติหวานอร่อย กรุบ เคี้ยวหนึบ รับประทานเพลินและมีความสุข มารู้  6 อันดับซาชิมิหอยรสชาติอร่อยที่คนญี่ปุ่นชื่นชอบกันค่ะ

อันดับที่ 6 หอยซาซาเอะ (Sazae, サザエ)

หอยซาซาเอะ

หอยซาซาเอะเป็นหอยตระกูลฝาเดียวที่ผลิตได้มากที่จังหวัดเกียวโต ในช่วงตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงสิงหาคม หอยซาซาเอะมีขนาดประมาณ 10 เซนติเมตร เนื้อหอยกรุบและมีรสชาติเข้มข้น คนญี่ปุ่นนิยมนำมาย่างและรับประทานเป็นซาชิมิทั้งแบบดิบ และแบบลวกน้ำร้อนประมาณ 1 นาที โดยการลวกน้ำร้อนจะทำให้เนื้อหอยมีรสชาตินุ่มและอร่อยขึ้น

อันดับที่ 5 อุบะไก (Ubagai, ウバガイ) หรือหอยปีกนก (Surf clam)

หอยปีกนก

อุบะไกเป็นหอยสองฝาขนาดใหญ่และได้ชื่อว่าเป็นราชาแห่งหอยเนื่องจากมีขนาดใหญ่และรสชาติอร่อย หอยชนิดนี้จับได้มากที่จังหวัดฮอกไกโดในช่วงตั้งแต่เดือนกรกฏาคมถึงเดือนเมษายน‎‎ หอยปีกนกมีเนื้อสัมผัสนุ่มและรสชาติหวานอร่อย การลวกด้วยน้ำร้อนประมาณ 10 วินาที ก่อนนำมาหั่นรับประทานเป็นซาชิมิจะช่วยขจัดรสขมและกลิ่นทะเลออกจากตัวหอย และทำให้ส่วนปลายของหอยมีสีชมพู ดูสวยงาม นอกจากนี้หากนำแช่ตู้เย็นหลังจากลวกเสร็จจะทำให้เนื้อหอยแน่นและอร่อยยิ่งขึ้น

อันดับที่ 4 หอยฮิโออุกิ (Hiougi,ヒオウギ) หรือหอยเชลล์หลากสี (Noble scallop)

หอยฮิโออุกิ

หอยฮิโออุกิหรือหอยเชลล์หลากสีเป็นหอยสองฝามีเปลือกหลากหลายสีสันได้แก่ สีส้ม สีแดง และสีเหลือง ผลิตได้มากที่จังหวัดเอฮิเมะ ในช่วงตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนพฤษภาคม หอยชนิดนี้มีรสชาติและเนื้อสัมผัสคล้ายหอยเชลล์แต่มีรสชาติเข้มข้นกว่า หอยสดจับได้ใหม่จะมีเนื้อสัมผัสกรุบและหวานอร่อยคล้ายผลไม้

อันดับที่ 3 หอยอะคาไก (Akagai, 赤貝) หรือหอยแครงญี่ปุ่น (Ark Shell)

หอยอะคาไก

หอยอะคาไกเป็นหอยสองฝามีเนื้อสีแดง ผลิตได้มากที่จังหวัดมิยากิ ในช่วงตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ หอยชนิดนี้มีรสสัมผัสกรุบ หวานอร่อยและมีกลิ่นหอมของทะเล

อันดับที่ 2 โฮตาเตะ (Hotate,ホタテ) หรือหอยเชลล์ (Scallop)

โฮตาเตะ

 

หอยเชลล์เป็นหอยสองฝาผลิตได้มากที่จังหวัดฮอกไกโด แม้ว่าหอยเลี้ยงจะหารับประทานได้ทั้งปี แต่หอยเชลล์จะอร่อยมากในช่วงตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนสิงหาคม และเดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นช่วงที่หอยมีไข่เต็มตัว ซาชิมิหอยเชลล์มีเนื้อสัมผัสกรุบมีรสชาติหวานอร่อยมาก

อันดับที่ 1 หอยอะวาบิ (Avabi, アワビ) หรือหอยเป๋าฮื้อ (Abalone)

หอยอะวาบิ

หอยเป๋าฮื้อมีเปลือกเป็นรูปไข่และมีเนื้อสีเข้ม ผลิตได้มากที่จังหวัดอิวาเตะ ในช่วงตั้งเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมกราคม และเดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายน หอยอะวาบิเป็นหอยราคาแพงที่คนญี่ปุ่นนิยมรับประทานเนื่องจากมีเนื้อสัมผัสกรุบและแน่น ยิ่งเคี้ยวยิ่งอร่อย การลวกหอยด้วยน้ำร้อนก่อนนำมารับประทานดิบเป็นซาชิมิจะทำให้เนื้อหอยนุ่มและรับประทานง่ายขึ้น

นอกจากความอร่อยแล้วหอยก็อุดมไปด้วยแร่ธาตุและสารอาหารที่มีคุณค่าต่อร่างกาย หากชอบรับประทานหอย ไว้มาเที่ยวญี่ปุ่นคราวหน้าลองสั่งเมนูซาชิมิหรือซูชิหอยต่างๆ รับประทานดูค่ะ รสชาติหวานอร่อยไม่ผิดหวังแน่นอน    สล็อตเว็บตรง

Categories
BLOG

นั่นมันดินแดนมหัศจรรย์ใช่มั้ย!? ภาพทุ่งดอก “คอสมอส” ที่ทำให้รู้สึกมีความสุขได้อย่างบอกไม่ถูก

วันหนึ่งผู้เขียนนั่งรูดทวิตเวอร์อย่าล่องลอยเหมือนเคย แต่สายตาก็มาหยุดอยู่ที่ภาพทุ่งดอกคอสมอสนี้ เพราะเป็นภาพที่สวยมากและไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือป่าว ย่ิงดูรูปนี้เท่าไหร่ก็ทำให้รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก อีกทั้งภาพทุ่งดอกคอสมอสเซ็ตนี้ยังถูกทวิตมากเกือบ 40,000 ทวิต เราจึงไม่รอช้ารีบติดต่อกับเจ้าของภาพซึ่งเป็นตากล้องชาวญี่ปุ่นเพื่อขออนุญาตนำรูปมาเผยแพร่ให้แฟน ๆ ANNGLE ได้ชมกัน

ดอกคอสมอสคือสัญลักษณ์หนึ่งของฤดูใบไม้ร่วง (Autumn)

รู้หรือไม่ว่าคันจิของ “ดอกคอสมอส” คือ 秋桜 ซึ่งเกิดจากคันจิสองตัวรวมกันได้แก่ 秋 (อ่านว่า อะกิ) ที่แปลว่า ฤดูใบไม้ร่วง กับ 桜 (อ่านว่า ซากุระ) ที่แปลว่า ซากุระหรือ cherry blossom หรือถ้าแปลตรง ๆ ซื่อ ๆ เลยก็คือ คนญี่ปุ่นเค้ารู้จักดอกคอสมอสในนาม “ซากุระแห่งฤดูใบไม้ร่วง” นั่นเอง นี่ก็เป็นความรู้ใหม่ของผู้เขียนเช่นเดียวกันเพิ่งรู้วันนี้เลยจ้า เพราะเขียนบทความนี้แหละก็เลยรู้ ฮา

ก่อนที่จะพาไปรู้จักกับตากล้องชาวญี่ปุ่น หลายคนคงจะอยากเห็นภาพทุ่งดอกคอสมอสที่ว่านี้กันแล้ว เราไปดูรูปสวย ๆ ของทุ่งดอกคอสมอสพร้อม ๆ กันเลย

แนะนำตากล้องชาวญี่ปุ่นเจ้าของภาพทุ่งคอสมอสมหัศจรรย์

ภาพทุ่งดอกคอสมอสทั้ง 4 รูปนี้ถ่ายโดยตากล้องชาวญี่ปุ่นผู้ใช้ทวิตเตอร์ที่มีชื่อว่า wasabitool

 

 

คุณ wasabitool เล่าว่าสถานที่ถ่ายภาพนี้คือ พระราชวังโบราณฟูจิวาระ (藤原宮跡;Fujiwara-kyuseki) อยู่ที่เมืองคาชิฮาระ(橿原市;Kashihara-shi) จังหวัดนารา วันและเวลาถ่ายภาพคือ วันที่ 9 ตุลาคม 2019 ช่วงย่ำรุ่ง ซึ่งแน่นอนว่าไม่สามารถเข้าไปด้านในของทุ่งดอกคอสมอสได้จึงต้องถ่ายจากทางเดินบ้าง ไม่ก็ใช้เลนส์ระยะไกลในการถ่ายบ้าง

หลายคนอาจจะสงสัยว่า พระราชวังโบราณฟูจิวาระ (藤原宮跡;Fujiwara-kyuseki) คือที่ไหน อันนี้จะขอเล่าเป็นความรู้คร่าว ๆ ว่า บริเวณทุ่งดอกคอสมอสแห่งนี้เมื่อ 1,300 ปีก่อนเคยเป็นเมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่นมาก่อนเรียกว่า ฟูจิวาระเคียว(藤原京;Fujiwara-kyo) และพระราชวังโบราณฟูจิวาระก็เป็นศูนย์กลางของเมืองหลวงฟูจิวาระเคียว ซึ่งในปัจจุบันบริเวณพระราชวังโบราณฟูจิวาระ (藤原宮跡;Fujiwara-kyuseki) ได้กลายเป็นเหมือนกับพรมทุ่งดอกไม้ที่มีดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์พานสะพรั่งไปตามแต่ละฤดูกาล เช่น ดอกนะโนะฮานะ ดอกคอสมอส ดอกบัว นอกจากนี้สามารถชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้าและพระอาทิตย์ตกในยามเย็นที่มีความงดงามอย่างมากได้อีกด้วย

คุณ wasabitool ยังบอกอีกว่าที่แห่งนี้ได้รับความเสียหายจากพายุไต้ฝุ่นหมายเลข 21 ในปี 2018 แต่ในระยะเวลาเพียงแค่ปีเดียวก็สามารถฟื้นตัวกลับมาเบ่งบานได้อย่างภาคภูมิ ดูรูปแล้วเหมือนกับได้พลังชีวิตไปด้วยเลย    สล็อตเว็บตรง

หากเพื่อน ๆ สนใจสามารถไปติดตามตากล้องท่านนี้กันได้ทั้งทวิตเวอร์และไอจีของเจ้าตัวนะคะ รูปสวย ๆ ทั้งนั้นเลย ดูเพลินแน่ ๆ

Categories
BLOG

10 เหตุผลที่ต้องไปเที่ยวโอกินาว่า!

สำหรับคนญี่ปุ่นถ้าพูดถึงทะเลสวยๆ ก็ต้องเป็นทะเลที่โอกินาว่า แต่สำหรับพวกเราคนไทยอาจจะรู้สึกเฉยๆ เพราะทะเลบ้านเราก็สวยอยู่แล้ว แต่รู้หรือเปล่าคะว่านอกจากชายหาดกับน้ำทะเลงามๆ แล้ว โอกินาว่ายังมีอะไรที่น่าค้นหายิ่งกว่านั้นอีกนะ เรามาดูเหตุผลดีๆ 10 ข้อที่ต้องไปเที่ยวโอกินาว่ากันดีกว่า

1. ที่ตั้งของโอกินาว่าและคนโอกินาว่า

โอกินาว่าเป็นจังหวัดที่เป็นเกาะอยู่ทางใต้สุดของประเทศญี่ปุ่น โดยมีเกาะน้อยใหญ่รวมกว่า 160 เกาะ และมี 46 เกาะที่มีคนอาศัยอยู่ เทียบระยะทางแล้วก็จัดเป็นจังหวัดที่อยู่ใกล้กับประเทศไทยมากที่สุด แถมคนโอกินาว่ายังมีนิสัยใจกว้าง สบายๆ ไม่เร่งรีบ ตามแบบฉบับของคนทางใต้คล้ายๆ กับคนไทยเลยด้วย รับรองว่าจะต้องคุยกันถูกคอกับคนไทยอย่างเราๆ แน่นอน

2. มีพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

 

Okinawa Churaumi Aquarium เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำประจำจังหวัดโอกินาว่า และเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น โดยมีตู้ปลาขนาดยักษ์สูง 8.2 เมตร กว้าง 22.5 เมตร หนา 60 เซ็นติเมตร ที่เต็มไปด้วยปลาหลากหลายสายพันธุ์ รวมถึงปลากระเบนและพี่เบิ้มอย่างฉลามวาฬถึง 3 ตัวด้วยกัน!

3. แหล่งกุซุกุและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับอาณาจักรริวกิว

 

โอกินาว่าเดิมถูกเรียกว่าอาณาจักรริวกิวจนถึงปีค.ศ. 1879 ซึ่งในเวลานั้นได้มีการติดต่อค้าขายกับไทยด้วย ถ้าไปถึงโอกินาว่าแล้ว แหล่งกุซุกุ (ปราสาท) และทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับอาณาจักรริวกิวก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่ไม่ไปไม่ได้ โดยเฉพาะปราสาทชูริที่สามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวกโดยโมโนเรลล์จากในตัวเมืองนาฮะ

4. เทศกาลและอีเวนท์ประจำฤดูกาลสุดครึกครื้น

 

โอกินาว่าเต็มไปด้วยเทศกาลและกิจกรรมต่างๆ มากมายในแต่ละเดือน ในเดือนตุลาคมและเดือนพฤศจิกายนเป็นช่วงที่จะสัมผัสกับวัฒนธรรมของโอกินาว่าได้เป็นอย่างดี เพราะมีทั้งเทศกาลปราสาทชูริและเทศกาลนาฮะ-โอทสึนาฮิกิ หรือเทศกาลชักเย่อที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก เชือกชักเย่อที่ใช้ในเทศกาลนาฮะ-โอทสึนาฮิกิเป็นเชือกทำจากวัสดุธรรมชาติที่มีขนาดใหญ่จนต้องตะลึงเลยทีเดียว โดยในปี 1995 ได้ถูกบันทึกลงกินเนสบุ๊คเป็นเชือกที่ทำด้วยฟางข้าวขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และหลังจากนั้นในปี 1997 ก็ได้บันทึกสถิติใหม่ในเทศกาลครั้งที่ 27 โดยจดทะเบียนรับรองเป็นเชือกที่มีความยาวทั้งสิ้น 186 เมตร น้ำหนักรวม 40.22 ตัน เส้นผ่าศูนย์กลาง 1.58 เมตร ใช้บังเหียน 236 อัน และใช้คนสานราว 15,000 คน โดยมีผู้เข้าร่วมงานนี้มากกว่า 275,000 คน เทศกาลอลังการขนาดนี้ต้องที่โอกินาว่าที่เดียว!

5. สัมผัสกับวัฒนธรรมโอกินาว่าได้ที่ธีมปาร์ค

 

ถ้าอยากสัมผัสวัฒนธรรมโอกินาว่าแล้วละก็… ต้องที่ธีมปาร์คเลย โอกินาว่ามีธีมปาร์คสนุกๆ หลายแห่ง เช่น Okinawa World, หมู่บ้านริวกิว และหมู่บ้านมุราซากิ ที่มีกิจกรรมให้ลองทำมากมาย ทั้งงานหัตถกรรม ลองใส่ชุดกิโมโน คาราเต้ และการเต้นรำแบบโอกินาว่าแท้ๆ หรือจะสนุกไปกับท่วงทำนองและจังหวะกับระบำเอซาและเครื่องดนตรีท้องถิ่นอย่างซันชิน ไม่ว่ากิจกรรมไหนก็น่าลองทั้งนั้น!

6. ช้อปปิ้งกระจายบนถนนโคคุไซและห้างสรรพสินค้าชั้นนำ

 

พูดถึงแหล่งช้อปปิ้งก็ต้องไม่พลาดถนนโคคุไซในเมืองนาฮะ ถนนที่เต็มไปด้วยร้านขายของฝากน่ารักๆ และร้านเสื้อผ้าเท่ๆ รวมถึงขนมและอาหารโอกินาว่าอร่อยๆ อย่างร้านสเต็ก ร้านเหล้า และร้านราเมง ถนนสายนี้ถือเป็นแหล่งช้อปปิ้งอันดับหนึ่งของโอกินาว่าเลย นอกจากนี้ใจกลางเมืองยังมีร้านค้าปลอดภาษี และถ้าออกไปย่านชานเมืองก็จะมีเอาท์เล็ตมอลล์และอิออนรีสอร์ทมอลล์ให้เลือกช้อปได้ตามใจชอบอีกด้วย

7. มีอุทยานแห่งชาติอยู่ที่นี่!

 

หมู่เกาะเครามะ อยู่ห่างจากเมืองนาฮะ จังหวัดโอกินาว่าไปทางทิศตะวันตกราว 40 กิโลเมตร (นั่งเรือจากเมืองนาฮะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง) ประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่มากกว่า 30 เกาะ รวมทั้งเกาะแก่งหินโสโครกจำนวนมาก ได้รับเลือกให้เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 31 เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2014

น้ำทะเลที่ใสเป็นประกายที่ได้ชื่อว่า Kerama Blue แห่งนี้เต็มไปด้วยปะการังนานาพันธุ์และหาดทรายสวยสีขาวละเอียด ดึงดูดผู้คนให้เดินทางมาดำน้ำดูปลาและปะการัง นอกจากนี้ในฤดูหนาวยังเป็นฤดูผสมพันธุ์ของวาฬหลังค่อม ทำให้การดูวาฬเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับความนิยม สามารถนั่งเรือด่วนจากเกาะหลักโอกินาว่า (ท่าเรือโทมาริ เมืองนาฮะ) ใช้เวลาประมาณ 35-50 นาที

8. นอกจากเกาะหลักโอกินาว่าแล้ว หมู่เกาะยาเอยามะ เกาะอิชิงากิ เกาะทาเคโตมิ ก็น่าเที่ยวไม่แพ้กัน

 

 

นั่งเครื่องบินจากเกาะหลักโอกินาว่าประมาณ 1 ชั่วโมงก็จะไปถึงหมู่เกาะยาเอยามะ ส่วนเกาะอิชิงากิจะอยู่ตรงกลางหมู่เกาะยาเอยามะ ทำให้สามารถเที่ยวแบบเปลี่ยนเกาะไปเรื่อยๆ ได้ทั้งวัน เกาะนี้ยังมีอาหารรสเลิศมากมายอย่างเช่นเนื้ออิชิงากิ และถ้าไปเกาะอิชิงากิก็อย่าลืมแวะไปเที่ยวอ่าวคาบิระ ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้ 3 ดาวจากมิชลินด้วย นอกจากนี้ถ้านั่งเรือไปอีก 10 นาทีก็จะไปถึงเกาะทาเคโตมิ เกาะที่มีบ้านหลังคากระเบื้องแดงแบบดั้งเดิมหลงเหลืออยู่จนถึงปัจจุบัน เป็นอีกเกาะที่แนะนำสำหรับใครที่อยากสัมผัสกับวิถีชีวิตแบบโอกินาว่าสมัยโบราณแบบ 360 องศา

9. ถ้าชอบการผจญภัยต้องไม่พลาดเกาะอิริโอโมเตะ

 

เกาะอิริโอโมเตะเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากเกาะหลักโอกินาว่า ได้ชื่อว่าเป็นกาลาปากอสแห่งซีกโลกตะวันออก มีพื้นที่กว่า 90% ปกคลุมไปด้วยป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์อย่างมาก และยังเป็นป่าเขตกึ่งเขตร้อนที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย สิ่งมีชีวิตที่มีชื่อเสียงของเกาะอิริโอโมเตะคือ แมวอิริโอะโมะเตะ ซึ่งอาศัยอยู่เฉพาะบนเกาะอิริโอะโมะเตะนี้เท่านั้น นักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินไปกับธรรมชาติรอบตัวผ่านกิจกรรมผจญภัยต่างๆ เช่น เดินป่าชมน้ำตก หรือล่องเรือคายัคในแม่น้ำที่มีต้นโกงกางขึ้นตลอดสองข้างฝั่ง แน่นอนว่าทะเลที่นี่ก็สวยมากๆ จากที่นี่สามารถไปยังเกาะบาราสุ ซึ่งเป็นเกาะสีขาวสวยที่เกิดจากซากปะการังทั้งเกาะได้ด้วย

10. ข้ามสะพานเขตร้อนที่เกาะมิยาโกะ

 

เกาะมิยาโกะตั้งอยู่ห่างจากเกาะโอกินาว่าหลักไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ 300 กิโลเมตร มีหาดโยนาฮะ-มาเอฮามะที่ได้รับเลือกจากเว็บไซต์ TripAdvisor ให้เป็นหาดทรายที่สวยที่สุดในญี่ปุ่นถึง 3 ปีติดต่อกัน และเป็นที่ตั้งของแหลมฮิงาชิ-เฮนนาซากิซึ่งติดอันดับ 1 ใน 100 วิวที่สวยที่สุดในญี่ปุ่นด้วย จากเกาะมิยาโกะสามารถข้ามสะพานขนาดใหญ่ที่เชื่อมไปยังเกาะอิเคมะและเกาะคุริมะได้ และเมื่อเดือนมกราคม ปี 2015 ก็เพิ่งเปิดสะพานอิราบุเพิ่มด้วย มาเที่ยวแล้วอย่าลืมถ่ายรูปไปอวดเพื่อนๆ ล่ะ!      สล็อตเว็บตรง

Categories
BLOG

รวมมาให้แล้ว! “เที่ยวบินตรงไทย-ญี่ปุ่นฉบับปี 2020” หมดช่วง COVID-19 แล้วไปเที่ยวญี่ปุ่นกันนะ!

เวลาเพื่อนๆ ไปเที่ยวญี่ปุ่น จะจองตั๋วเครื่องบินแบบไหนกันคะ? แต่ละคนอาจมีเหตุผลในการเลือกที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นด้านราคา ด้านความสะดวกสบาย หรือเหตุผลด้านอื่นๆ นะคะ

ใครที่แผนล่ม ต้องวางแผนใหม่ อยากวางแผนไปญี่ปุ่นเมื่อสถานการณ์ทุกๆ อย่างเข้าที่ อยากให้เซฟบทความนี้เก็บไว้ก่อนนะคะ เพราะวันนี้เราได้รวบรวมเที่ยวบินตรงไทย – ญี่ปุ่นทั้งหมด ทุกสายการบินไว้ให้คุณแล้วค่ะ!

ข้อดีของการบินตรง

  • ปัจจุบันราคาไม่แพง มีหลากหลายสายการบินให้เลือกใช้บริการ
  • ประหยัดเวลา
  • เดินทางสะดวกกว่าหากมีเด็กๆ หรือว่าคุณตา คุณยาย ผู้สูงอายุไปด้วย
  • คลายกังวลเรื่องสัมภาระล่าช้าหรืออาจสูญหายเนื่องจากการต่อเครื่อง
  • สำหรับใครที่ชอบหลับบนเครื่อง ก็สามารถนอนยาวๆ ได้เลย

ผู้เขียนเอง ถ้าเป็นไปได้ก็จะเลือกบินตรงตลอดเลยล่ะค่ะ เนื่องจากเป็นคนที่สัมภาระเยอะ และทำอะไรค่อนข้างช้า ถ้าต้องไปต่อเครื่องก็กังวลว่าตัวเองจะรักษาเวลาไม่ได้ค่ะ พอเลือกบินตรงแล้วก็ตัดความกังวลตรงส่วนนี้ออกไปได้ ทำให้สบายใจกว่ากันเยอะเลยค่ะ ที่สำคัญคือประหยัดเวลาค่ะ! บินกลางคืน หลับบนเครื่อง ตื่นเช้ามาถึงญี่ปุ่นเที่ยวต่อได้เลย! เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่าว่าจะมีสายการบินไหน บินจากสนามบินไหน ลงสนามบินใดบ้าง โดยผู้เขียนขอแยกหัวข้อเป็นสายการบิน / สนามบินต้นทาง – สนามบินปลายทาง เพื่อความง่ายต่อการเลือกดูข้อมูลนะคะ^^

รายชื่อสายการบินทั้งหมดที่มีเที่ยวบินตรงไทย – ญี่ปุ่น

บินตรง ฟูลคอร์ส

  • สายการบิน Japan Airlines (JAL)
  • สายการบิน All Nippon Airways (ANA)
  • สายการบิน Thai Airways (การบินไทย)

บินตรง ราคาประหยัด

  • สายการบิน Thai AirAsia X
  • สายการบิน Thai Lion Air
  • สายการบิน Nok Air
  • สายการบิน Peach Aviation
  • สายการบิน Scoot
  • สายการบิน Delta Air Lines

รวมสายการบิน บินตรงแบบแบ่งตามสนามบินต้นทาง – ปลายทาง

สุวรรณภูมิ – นาริตะ

  • สายการบิน Japan Airlines (JAL)
  • สายการบิน All Nippon Airways (ANA)
  • สายการบิน Thai Airways (การบินไทย)

สุวรรณภูมิ – ฮาเนดะ

  • สายการบิน Japan Airlines (JAL)
  • สายการบิน All Nippon Airways (ANA)
  • สายการบิน Thai Airways (การบินไทย)
  • สายการบิน Delta Air Lines

ดอนเมือง – นาริตะ

  • สายการบิน Thai AirAsia X
  • สายการบิน Thai Lion Air
  • สายการบิน Scoot

สุวรรณภูมิ – คันไซ (Kansai International Airport)

  • สายการบิน Japan Airlines (JAL)
  • สายการบิน Thai Airways (การบินไทย)

ดอนเมือง – คันไซ (Kansai International Airport)

  • สายการบิน Thai AirAsia X
  • สายการบิน Thai Lion Air
  • สายการบิน Scoot

สุวรรณภูมิ – ฮอกไกโด (New Chitose Airport)

  • สายการบิน Thai Airways (การบินไทย)

ดอนเมือง – ฮอกไกโด (New Chitose Airport)

  • สายการบิน Scoot

สุวรรณภูมิ – ฟุกุโอกะ (Fukuoka Airport)

  • สายการบิน Thai Airways (การบินไทย)

ดอนเมือง – ฟุกุโอกะ (Fukuoka Airport)

  • สายการบิน Thai AirAsia X
  • สายการบิน Thai Lion Air

สุวรรณภูมิ – โอกินาว่า (Naha Airport)

  • สายการบิน Peach Aviation

ดอนเมือง – ฮิโรชิม่า (Hiroshima Airport)

  • สายการบิน Nok Air

สุวรรณภูมิ – เซ็นได (Sendai Airport)

  • สายการบิน Thai Airways (การบินไทย)

สุวรรณภูมิ – นาโกย่า (Chubu Centrair International Airport)

  • สายการบิน Japan Airlines (JAL)
  • สายการบิน Thai Airways (การบินไทย)

ดอนเมือง – นาโกย่า (Chubu Centrair International Airport)

  • สายการบิน Thai AirAsia X
  • สายการบิน Thai Lion Air

 

เป็นอย่างไรบ้างคะ เลือกสายการบินในดวงใจกันได้ไหมเอ่ย? หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ในการวางแผนเที่ยวญี่ปุ่นให้กับทุกคนนะคะ หรือหากใครมีเพื่อนที่กำลังอยากจะไปเที่ยวญี่ปุ่นอยู่ล่ะก็…อย่าลืมกดแชร์ หรือส่งต่อเพื่อเป็นประโยชน์ให้กับเพื่อนนักท่องเที่ยวด้วยนะคะ^^ ส่วนใครที่ยังไม่รู้ว่าจะไปเที่ยวจังหวัดไหนของญี่ปุ่นดี ลองเข้ามาเก็บข้อมูลกันที่เว็บไซต์ ANNGLE – แองเกิ้ล สัมผัสญี่ปุ่นในมุมมองใหม่ ดูก่อนก็ได้นะคะ!    สล็อตเว็บตรง

Categories
BLOG

“แอปเปิ้ลอาโอโมริ” สุดยอดแอปเปิ้ลอร่อยอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น

จังหวัดอาโอโมรินั้นได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งแอปเปิ้ลของญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากจะเป็นจังหวัดที่ปลูกแอปเปิ้ลมากที่สุดในประเทศแล้ว คุณภาพของแอปเปิ้ลอาโอโมริก็โดดเด่นไม่เป็นรองใคร หากลองถามคนญี่ปุ่นว่า “แอปเปิ้ลที่ไหนอร่อยที่สุด?” แทบทุกคนจะตอบเป็นเสียงเดียวกันแบบไม่ต้องคิดเลยว่า “แอปเปิ้ลอาโอโมริ” อะไรกันนะที่ทำให้แอปเปิ้ลของจังหวัดนี้อร่อยเป็นอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น เป็นเพราะทำเลที่ตั้งและสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสมเท่านั้นหรือ? ANNGLE จะพาเพื่อนๆ ไปหาคำตอบกัน

เพราะอะไรแอปเปิ้ลอาโอโมริถึงอร่อยที่สุด?

ต้องเกริ่นก่อนว่า แอปเปิ้ลที่เรารับประทานกันทุกวันนี้เป็นแอปเปิ้ลจากตะวันตก (ยุโรปและอเมริกา เป็นต้น) ในสมัยเฮอัน (ค.ศ. 794-1185) ได้มีการนำแอปเปิ้ลพันธุ์จากประเทศจีนเข้ามาในญี่ปุ่น ซึ่งเป็นแอปเปิ้ลลูกเล็ก แต่โดยมากจะใช้เพื่อประดับตกแต่งมากกว่า ต่อมาในสมัยเอโดะ (ค.ศ. 1603-1868) คนญี่ปุ่นก็รับประทานแอปเปิ้ลพันธุ์นี้เป็นของหวานบ้าง แต่ด้วยความที่มีรสเปรี้ยวจัดและมีขนาดเล็ก เมื่อมีการนำแอปเปิ้ลจากตะวันตกเข้ามา ผู้คนจึงหยุดรับประทานแอปเปิ้ลจากจีนไปในที่สุด

แอปเปิ้ลจากตะวันตกถูกนำมาปลูกในจังหวัดอาโอโมริตั้งแต่ราวปีค.ศ. 1875 ในสมัยเมจิ โดยบุคคลที่มีบทบาทสำคัญซึ่งได้ชื่อว่าเป็นผู้บุกเบิกแอปเปิ้ลอาโอโมริคือ ทาเทเอะ คิคุจิ ผู้มาจากครอบครัวซามูไรครอบครัวหนึ่งในตระกูลซึการุ ในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 เขาได้เข้าไปทำงานในสำนักงานเขตหลังการฟื้นฟูเมจิ และได้พบกับเอกสารฉบับหนึ่งจากต่างประเทศที่ระบุว่า “แอปเปิ้ลตะวันตกสามารถเก็บไว้ได้ประมาณ 1 ปีถ้าเก็บรักษาอย่างเหมาะสม” ทำให้เขารู้สึกสนใจการปลูกแอปเปิ้ลขึ้นมา หลังจากนั้น ทาเทเอะได้เดินทางไปยังจังหวัดฮอกไกโดเพื่อเรียนรู้วิธีการปลูกแอปเปิ้ล เมื่อสำเร็จวิชาจึงกลับมาตั้งบริษัทร่วมกับเพื่อนๆ ที่อาโอโมริและส่งต่อความรู้ที่ได้เรียนมาเพื่อเริ่มต้นการปลูกแอปเปิ้ล

ทางภาคตะวันออกของจังหวัดอาโอโมริมีสภาพอากาศหนาวเย็น ส่งผลให้เกษตรกรโดยเฉพาะชาวนาในสมัยเอโดะประสบปัญหาในการเพาะปลูกข้าวบ่อยครั้ง แอปเปิ้ลจากตะวันตกที่สามารถเก็บไว้ได้นานถึง 1 ปีจึงกลายเป็นความหวังใหม่ของชาวอาโอโมริในการสร้างรายได้เมื่อการปลูกข้าวได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศ นอกจากนี้ภูเขาไฟอิวากิทางทิศตะวันตกของจังหวัดก็ทำให้ดินในบริเวณโดยรอบเป็นเถ้าภูเขาไฟซึ่งกักเก็บน้ำได้ไม่ดีนัก จึงไม่เหมาะสำหรับการปลูกข้าว แต่ว่าเหมาะกับการทำสวนผลไม้เป็นอย่างยิ่ง สภาพภูมิอากาศที่หนาวเย็น ดินที่ระบายน้ำได้ดี และความพยายามของทาเทเอะและเพื่อนๆ ส่งผลให้อาโอโมริกลายเป็นจังหวัดที่ปลูกแอปเปิ้ลได้มากและดีที่สุดอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นในที่สุด และนี่ก็คือเหตุผลที่ทำให้แอปเปิ้ลอาโอโมริมีรสชาติอร่อยที่สุดนั่นเอง

จังหวัดอาโอโมริเป็นบ้านของชาวไร่สวนแอปเปิ้ลจำนวนมาก และในบรรดาสวนแอปเปิ้ลมากมายทั่วจังหวัดอาโอโมริก็มีหลายแห่งที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเก็บแอปเปิ้ลได้ในฤดูเก็บเกี่ยวตั้งแต่ประมาณเดือนกรกฎาคมถึงเดือนพฤศจิกายนในแต่ละปี ซึ่งเพื่อนๆ สามารถเลือกไปได้หลายแห่งตามความสะดวก แต่เราจะขอแนะนำสวนแอปเปิ้ลที่เดินทางไปได้ง่ายจากใจกลางเมืองฮิโรซากิ จังหวัดอาโอโมริให้ได้รู้จักกันนะคะ    สล็อตเว็บตรง

Hirosaki Apple Park

 

Hirosaki Apple Park เป็นสวนแอปเปิ้ลที่มีต้นแอปเปิ้ลกว่า 65 สายพันธุ์ รวมแล้วมากกว่า 1,300 ต้น ที่นี่นอกจากเพื่อนๆ จะได้สัมผัสประสบการณ์การเก็บแอปเปิ้ลจากต้นเองกับมือแล้ว ยังจะได้มีส่วนร่วมในกระบวนการผลิต เช่น แยกแอปเปิ้ลใส่ถุง ริดใบออก ฯลฯ และยังสามารถเดินสำรวจไร่แอปเปิ้ลได้อย่างอิสระอีกด้วย

นอกจากนี้ที่ Ringo no Ie หรือบ้านแอปเปิ้ลที่อยู่ภายในสวนยังมีสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับแอปเปิ้ลมากมาย ทั้งงานหัตถกรรมและผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป มีคาเฟ่ที่เสิร์ฟเมนูอร่อยๆ อาทิ แกงกะหรี่แอปเปิ้ล หมูทอดทงคัตสึ และซอฟต์ครีมแอปเปิ้ล เป็นต้น และมีโซนกิจกรรมอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมายรอให้ทุกคนได้ไปสัมผัส

Hirosaki Apple Park (弘前りんご公園)
ที่ตั้ง: 125 Terasawa, Shimizu-tomita, Hirosaki-shi, Aomori
การเดินทาง: จากสถานี JR Hirosaki ขึ้นรถบัส Tamenobu-go* (200 เยน)
is available for direct access from Hirosaki Station to Hirosaki Apple Park.
(*รถบัส Tamenobu-go ให้บริการ 1 เมษายน – 30 พฤศจิกายน)
ช่วงที่เปิดให้เก็บแอปเปิ้ล: สิงหาคม-กลางพฤศจิกายน
เวลาทำการ: 9.00 – 17.00 น.
ค่าแอปเปิ้ล 330 เยน/กก.
เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น): city.hirosaki.aomori.jp

A-FACTORY

Photo by ครบเครื่องเรื่องญี่ปุ่น

สำหรับเพื่อนๆ ที่ชอบแอปเปิ้ล ก็มีอีกสถานที่หนึ่งที่เราอยากแนะนำให้ไปด้วย นั่นก็คือ A-FACTORY ค่ะ ที่นี่เป็นห้าง duty-free ที่ตกแต่งในสไตล์ตลาด จัดจำหน่ายอาหารและของกินท้องถิ่นของอาโอโมริมากมาย ไม่ว่าจะเป็นขนม ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป ผักและผลไม้สดๆ รวมถึงแอปเปิ้ลและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากแอปเปิ้ลอาโอโมริ

สำหรับผลิตภัณฑ์แปรรูปจากแอปเปิ้ลที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของ A-FACTORY คือ “Aomori cidre” เป็นเครื่องดื่มอัดแก๊สปราศจากแอลกอฮอล์ที่ทำจากแอปเปิ้ลของอาโอโมริเอง มีรสชาติอร่อยสดชื่น โดยเราสามารถชมกระบวนการผลิต Aomori cidre ได้ผ่านกระจกใสที่เชื่อมต่อกับโรงงานผลิตเลยจากใน A-FACTORY เลย

 

AOMORI CIDRE

 

ที่ชั้น 1 ของ A-FACTORY นอกจากจะเป็นโซนตลาดและโรงงานผลิตเครื่องดื่ม Aomori cidre แล้ว ยังมีร้านอาหารและของหวานหลายร้าน เช่น ร้านแฮมเบอร์เกอร์ที่ใช้เนื้อวัวอาโอโมริ ร้านอาหารญี่ปุ่นที่เสิร์ฟข้าวหน้าปลาดิบ และร้านขนมหวานอย่างทาร์ตและไอศกรีมเจลาโต เป็นต้น ส่วนที่ชั้น 2 เป็นโซนจัดอีเวนต์และร้านขนมเค้กฝรั่งเศสที่เรียกว่า galette ซึ่งเป็นขนมรสอร่อยที่เข้ากับ Aomori cidre ได้เป็นอย่างดี

A-FACTORY

ที่ตั้ง: 1-4-2 Yanagikawa Aomori-shi Aomori
การเดินทาง: เดิน 1 นาทีจากสถานี JR Aomori
เวลาทำการ
โซนร้านค้า: 9:00-20:00 น.
ร้านอาหารชั้น 1: 11.00-20.00 น. (ออเดอร์สุดท้าย 19.30 น.)
ร้านอาหารชั้น 2: 11.00-20.00 น. (ออเดอร์สุดท้าย 19.30 น.)
*เวลาเปิดปิดแต่ละร้านค้าอาจจะแตกต่างกันเล็กน้อย
เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น): www.jre-abc.com