Categories
BLOG

อิจิโจเอคังซันโซ สถานที่พักผ่อนฤดูใบไม้แดงแห่งใหม่ใกล้โตเกียวที่หลายคนไม่รู้จัก

หลายคนคงเคยได้ยินชื่อเมืองคามาคุระ จังหวัดคานางาวะจากพระพุทธรูปองค์ใหญ่ไดบุตสึ เมืองคามาคุระนั้นเดินทางสะดวก เนื่องจากจังหวัดคานากาวะตั้งติดอยู่กับโตเกียว และถือเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอีกด้วยค่ะ แต่นอกจากพระใหญ่ไดบุตสึแล้ว ที่นี่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง และหนึ่งในนั้นก็คือ “อิจิโจเอคังซันโซ” สถานที่พักผ่อนในฤดูใบไม้ร่วงอันแสนสงบและผ่อนคลาย เราไปดูกันเลยดีกว่าว่าสถานที่นี้มีเสน่ห์แบบไหนกัน

อิจิโจเอคังซันโซ

 

อิจิโจเอคังซันโซ (一条恵観山荘) เป็นอาคารสำหรับพักผ่อนหลังคามุงจาก ที่นี่เราสามารถผ่อนคลายไปกับสวนสไตล์ญี่ปุ่นที่ถูกจัดอย่างสวยงามและรื่นรมย์เป็นอย่างมากได้ในทุกฤดูกาล โดยเฉพาะฤดูใบไม้ร่วง บรรยากาศจะมีสีสันจากใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามมาก ที่แห่งนี้เปิดให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าชมตั้งแต่ปี 2017 จึงถือว่ายังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่แม้แต่คนญี่ปุ่นเองก็ยังไม่ค่อยรู้จัก

อิจิโจเอคังซันโซ สร้างขึ้นในปี 1646 ที่เมืองนิชิงะชิเกรุ จังหวัดเกียวโต โดยถูกออกแบบเพื่อใช้เป็นโรงน้ำชาสำหรับราชวงศ์ จากนั้นจึงถูกย้ายไปที่วัดเจียวเมจิ เมือคามาคุระ ในปี 1959 จากนั้นมีการออกแบบและเพิ่มสวนสไตล์ญี่ปุ่นรอบๆ และในปี 1964 อิจิโจเอคังซันโซก็ได้ถูกกำหนดให้เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญของญี่ปุ่น

 

ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม นักท่องเที่ยวจำนวนมากจะเข้ามาเที่ยวชมใบไม้เปลี่ยนสีและผ่อนคลายไปกับบรรยากาศอันแสนสงบที่อิจิโจเอคังซันโซ อาคารพักผ่อนถูกออกแบบมาได้กลมกลืนกับธรรมชาติโดยรอบ นอกจากนี้ยังมีไกด์นำทัวร์คอยบอกเล่าที่มาของสถานที่แห่งนี้อีกด้วย สามารถตรวจสอบตารางเวลาและติดต่อจองล่วงหน้าได้ที่ ekan-sanso.jp

 

สวนสไตล์ญี่ปุ่น หรือที่เรียกว่า ชิเงจิกะคานาโมริ (金森重近) ในบริเวณบ้านพักถูกสร้างและจัดแต่งขึ้นในช่วงต้นยุคเอโดะเพื่อความผ่อนคลาย โดยที่บริเวณทางเข้าจะมีบ่อน้ำฮานะเทะซุย (花手水) ซึ่งเป็นบ่อน้ำที่เอาไว้ชำระล้างกายให้สะอาดบริสุทธิ์ ช่วงต้นฤดูร้อนจะมีการนำกลีบดอกไฮเดรนเยียมาลอยประดับบนผิวน้ำดูสวยงาม ส่วนในฤดูใบไม้ร่วงผิวน้ำจะถูกตกแต่งด้วยใบเมเปิ้ลแทน

ภายในอิจิโจเอคังซันโซยังมีร้านกาแฟที่ชื่อว่า ยามาโมโมเตะ (やまももて) ซึ่งมีทั้งขนมและกาแฟสไตล์ญี่ปุ่น รวมถึงสินค้าต่างๆ ที่ออกแบบตามฤดูกาลวางจำหน่ายให้แก่ผู้ที่มาเยือนอีกด้วย

 

สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในพื้นที่โดยรอบ

 

 

บริเวณโดยรอบอิจิโจเอคังซันโซมีศาลเจ้าและวัดที่ศักดิ์สิทธิ์มากมาย เช่น วัดโฮโคคุจิ (報国寺) ซึ่งมีกอไผ่ประมาณ 2,000 กอ เติบโตตามธรรมชาติอย่างสวยงามและแสนสงบ อีกที่ที่อยากจะแนะนำคือวัดโจวเมจิ (浄明寺) ภายในวัดนี้มีรูปปั้นของอาวาชิมะเมียวจิน (淡島明神) เทพเจ้าผู้บรรเทาความเจ็บป่วยประดิษฐานอยู่ ซึ่งหลายคนนิยมมาขอพรที่เกี่ยวข้องกับการบรรเทาความเจ็บป่วยของผู้หญิงที่นี่

ที่ตั้ง: 5-1-10 วัด Jyomei-ji, Kamakura, Kanagawa 248-0003
โทร: 0467-53-7900
การเดินทาง: ขึ้นรถบัส Keikyu จากสถานี Kamakura บนสาย JR Yokosuka ใช้เวลาประมาณ 10 นาที และลงที่ป้าย Jyomei-ji Bus Stop

เรียกว่าสามารถท่องเที่ยวเพลินๆ ได้หนึ่งวัน ได้พักผ่อนให้จิตใจสงบ ชมสถาปัตยกรรมของญี่ปุ่นที่สวยงาม และยังมีโอกาสได้ขอพรจากวัดศักดิ์ศิทธิ์โดยรอบอีกด้วย การเดินทางก็สะดวก ควรเก็บไว้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกหากมีโอกาสไปเยือนประเทศญี่ปุ่นนะคะ  สล็อตเว็บตรง

Categories
BLOG

ฉีกทริปฤดูหนาวที่จำเจ กับ 8 สุดยอดเทศกาลแห่งหิมะในโทโฮคุที่ต้องไปสักครั้งในชีวิต

“หากพูดถึงเทศกาลหิมะที่ญี่ปุ่น เพื่อนๆ นึกถึงที่ไหนเป็นที่แรก?” ถ้าจะไปเที่ยวเทศกาลฤดูหนาวละก็ หลายคนคงนึกถึงเทศกาลหิมะของเมืองซัปโปโรในจังหวัดฮอกไกโดเป็นที่แรก แต่สถานที่ที่ขึ้นชื่อเรื่องหิมะและกิจกรรมฤดูหนาวไม่ได้มีแค่ฮอกไกโดเท่านั้นนะ เพราะภูมิภาคโทโฮคุเองก็ขึ้นชื่อเรื่องเทศกาลฤดูหนาวสนุกๆ เช่นกัน!

“โทโฮคุ” คือชื่อของภูมิภาคที่ตั้งอยู่ค่อนไปทางเหนือของประเทศญี่ปุ่น ประกอบด้วย 6 จังหวัดได้แก่ จังหวัดอาโอโมริ, จังหวัดอิวาเตะ, จังหวัดมิยางิ, จังหวัดอาคิตะ, จังหวัดยามากาตะ และจังหวัดฟุกุชิม่า ภูมิภาคนี้อาจจะไม่ได้เด่นดังสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยอย่างฮอกไกโด แต่รู้หรือไม่ภูมิภาคนี้อยู่ใต้ฮอกไกโดลงมาแค่นิดเดียวอีกทั้งในฤดูหนาวยังปกคลุมไปด้วยหิมะหนาๆ ฟูๆ และมีงานเทศกาลประจำฤดูหนาวแบบ unseen เด็ดๆ มากมาย ใครที่อยากไปสัมผัสความหนาวยะเยือกของญี่ปุ่นในฤดูหนาวแบบไม่เหมือนใคร อยากให้ลองมาส่องเทศกาลฤดูหนาวที่โทโฮคุกันค่ะ บทความนี้เรารวมมาให้แล้ว 8 งานทั่วทั้ง 6 จังหวัดในภูมิภาคโทโฮคุกันเลย

Note: สำหรับฤดูหนาว 2021 นี้หลายงานถูกยกเลิกไปด้วยผลกระทบจาก covid-19

tohoku winter festivals (8 selections)

1. เทศกาลหิมะและประดับโคมไฟปราสาทฮิโรซากิ (จังหวัดอาโอโมริ)

Hirosaki park snow festival

เทศกาลหิมะและประดับโคมไฟปราสาทฮิโรซากิ (弘前城雪燈籠まつり) เป็นเทศกาลหิมะที่ขึ้นชื่อของจังหวัดอาโอโมริ ซึ่งนอกจากจะจัดที่ปราสาทฮิโรซากิที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังแล้ว ภายในงานยังมีกิจกรรมอีกมากมาย โดยไฮไลท์หลักมีเช่นประติมากรรมหิมะขนาดยักษ์ การตกแต่งโคมไฟที่ใช้แสงเทียนทำให้บรรยากาศหิมะยามค่ำคืนดูอบอุ่นกว่าที่เคย และที่พลาดไม่ได้คือการจัดแสงสีในธีม “ซากุระหิมะ”

การจัดแสงสี “ซากุระหิมะ” ที่ว่านี้คือการฉายไฟสีชมพูนวลไปยังต้นซากุระที่มีหิมะปกคลุม ซึ่งภาพที่ได้จะดูเหมือนซากุระกำลังบานเต็มที่ท่ามกลางความหนาวเย็นของฤดูหนาวก็ไม่ปาน แม้ว่าโดยทั่วไปปราสาทฮิโรซากิจะขึ้นชื่อในฐานะจุดชมซากุระของจังหวัดอาโอโมริ แต่ในงานเทศกาลหิมะนี้ เราสามารถชมภาพมายาของซากุระในฤดูหนาวที่มีเสน่ห์ไม่แพ้กันได้

 

เทศกาลหิมะและประดับโคมไฟปราสาทฮิโรซากิ (弘前城雪燈籠まつり)
ช่วงเวลาจัดงาน: กลางเดือนก.พ.
ระยะเวลาจัดงาน: 4 วัน
สถานที่: (ปราสาทฮิโรซากิ) 1 Shimoshiroganecho, Hirosaki, Aomori 036-8356, Japan
การเดินทาง: นั่งรถไฟมาลงที่สถานี JR Hirosaki แล้วต่อรถบัส Dotemachi Loop 15 นาที
เว็บไซต์: https://www.hirosaki-kanko.or.jp/

2. Towadako Winter Story Illumination (จังหวัดอาโอโมริ)

towada winter festival

Towadako Winter Story Illumination (十和田湖 光の冬物語) เป็นงานประดับไฟประจำปีของทะเลสาบโทวาดะ หนึ่งในทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น และสถานที่ที่มีตำนานการต่อสู้ระหว่างนักบวชและมังกรอยู่

ภายในงานจะมีการประดับไฟตลอดทางเดินระยะ 1 กม. เป็นรูปสัตว์ป่าและอื่นๆ ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของทะเลสาบโทวาดะ พร้อมมีรูปปั้นประติมากรรมหิมะ รวมถึงการแสดงพลุทุกวันตลอดระยะเวลาที่จัดงาน เป็นงานที่นอกจากจะได้สนุกกับบรรยากาศธรรมชาติในฤดูหนาวแบบเต็มที่แล้ว ยังเป็นงานที่ให้ความรู้สึกเหมือนได้เดินเข้าไปในโลกของอาณาจักรเทพมังกรแห่งทะเลสาบโทวาดะเลยทีเดียว

Towadako Winter Story Illumination (十和田湖 光の冬物語)
ช่วงเวลาจัดงาน: เดือนก.พ. (อาจมีการเปลี่ยนแปลงในแต่ละปี)
ระยะเวลาจัดงาน: 1 เดือน
สถานที่: (ทะเลสาบโทวาดะ) Towada-Hachimantai National Park, Towada, Aomori, Japan
การเดินทาง: นั่งรถไฟ Tohoku Shinkansen จากสถานี JR Hachinoe มาลงที่สถานี JR Shichinohe แล้วต่อรถชัตเติ้ลบัสของทะเลสาบโทวาดะ
เว็บไซต์: fuyu-monogatari.com/

3. Tazawako Kogen Snow Festival (จังหวัดอาคิตะ)

tazawa kogen 1

Tazawako Kogen Snow Festival (田沢湖高原雪まつり) เป็นงานเทศกาลที่จัดในบริเวณทะเลสาบทาซาวะ อีกทะเลสาบชื่อดังแห่งโทโฮคุ แม้ทั่วไปบริเวณทะเลสาบทาซาวะจะขึ้นชื่อเรื่องวิวฤดูใบไม้ร่วงสุดอลังการ แต่ในฤดูหนาวที่นี่ก็เป็นสถานที่จัดงานเทศกาลที่สนุกที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดเช่นกัน

แม้จะจัดเป็นเวลาสั้นๆ เพียง 2 วัน แต่ภายในงานมีคิวกิจกรรมอัดแน่นเต็มที่แบบครบรส ไม่ว่าจะเป็นโชว์ร้องเพลงเต้นรำ กิจกรรมปล่อยโคมลอย ประติมากรรมหิมะ การประกวดพลุ บูธร้านอาหาร และอีกมากมายจนมาวันเดียวอาจจะไม่พอ!

tazawa kogen 2

Tazawako Kogen Snow Festival (田沢湖高原雪まつり)
ช่วงเวลาจัดงาน: วันเสาร์-อาทิตย์กลางเดือนก.พ.
ระยะเวลาจัดงาน: 2 วัน
สถานที่: (Tazawako Ski Resort) Shimotakano-73-2 Tazawako Obonai, Semboku, Akita, Japan
การเดินทาง: ถ้ามาจากโตเกียว สามารถนั่งรถไฟ Shinkansen ไปยังสถานี JR Tazawako แล้วต่อรถบัสประจำทางอีก 30 นาทีมายังสถานที่จัดงานได้
เว็บไซต์: tazawako-kakunodate.com

4. เทศกาลโคมลอยคามิฮิโนะคิไน (จังหวัดอาคิตะ)

kamihinokinai akita festival

ใครชอบบรรยากาศโคมลอยไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง กับงานเทศกาลโคมลอยคามิฮิโนะคิไน (上桧木内の紙風船上げ) งานเทศกาลที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมประจำเมือง แม้จะไม่มีการบันทึกที่มาของเทศกาลนี้อย่างชัดเจน แต่เชื่อกันว่าเทศกาลโคมลอยมีที่มาจากฮิรางะ เก็นไน (平賀源内) นักประดิษฐ์ชาวญี่ปุ่นในสมัยเอโดะที่เดินทางมาถ่ายทอดวิทยาการในเมืองคามิฮิโนะคิไน โดยหนึ่งในนั้นคือการละเล่นที่ใช้ลมร้อนทำให้วัตถุลอยขึ้นไปในอากาศได้

ปัจจุบันเทศกาลโคมลอยคามิฮิโนะคิไนเป็นเทศกาลฤดูหนาวประจำจังหวัดอาคิตะ โดยโคมลอยยักษ์ที่สูง 3-8 เมตรจะถูกตกแต่งด้วยภาพวาดซามูไรหรือหญิงงามที่มีสีสันสดใสในลายเส้นญี่ปุ่นดั้งเดิม และจะถูกนำมาปล่อยขึ้นฟ้าภายในงานเทศกาล โดยเทศกาลโคมลอยนี้ถือเป็นหนึ่งในวิธีขอพรของผู้คนในเมืองที่เชื่อว่าโคมลอยจะช่วยนำพาคำขอของเราให้ลอยขึ้นไปถึงเทพเจ้าบนสวรรค์ได้

 

เทศกาลโคมลอยคามิฮิโนะคิไน (上桧木内の紙風船上げ)
ช่วงเวลาจัดงาน: วันที่ 10 ก.พ. ของทุกปี
ระยะเวลาจัดงาน: 1 วัน
สถานที่: Semboku City Paper Baloon Museum, Ochida-3-1 Nishikicho Kamihinokinai, Semboku, Akita, Japan
การเดินทาง: นั่งรถไฟจากสถานี JR Kakunodate โดยรถไฟสาย Akita Nairiku มาลงที่สถานี Kami-Hinokinai แล้วเดินต่ออีก 7 นาทีถึง
เว็บไซต์: https://katakurikan.jimdo.com

5. เทศกาลหิมะอิวาเตะ (จังหวัดอิวาเตะ)

iwate kogen snow park
Iwate Kogen Snow Park จุดเล่นสกียอดนิยม และที่จัดงานหลักของเทศกาลหิมะอิวาเตะ

เทศกาลหิมะอิวาเตะ (いわて雪まつり) งานเทศกาลหิมะสุดยิ่งใหญ่แห่งโทโฮคุที่ประกอบด้วยงานเทศกาลต่างๆ ซึ่งจัดขึ้นพร้อมๆ กันในหลายเมืองทั่วจังหวัดโดยมีทั้งหมด 7-8 แห่งด้วยกัน ในจำนวนนี้ สถานที่หลักคือที่ Iwate Kogen Snow Park (岩手高原スノーパーク) ที่มีทั้งงานประติมากรรมหิมะ การแสดงเวที และดอกไม้ไฟสุดอลังการที่สัมผัสได้โดยไม่ต้องไปไกลถึงฮอกไกโด

นอกจากงานที่ Iwate Kogen Snow Park แล้วยังมีจุดอื่นที่น่าไปเช่น KYUKAMURA IWATE-AMIHARIONSEN (休暇村岩手網張温泉) ที่ในช่วงจัดงานเทศกาลจะมีบริการแช่ออนเซ็นชมหิมะและพาเดินเล่นกลางหิมะ และที่ Morioka Handcrafts Village (盛岡手づくり村) ในเมืองโมริโอกะที่เปิดให้เราทดลองทำงานฝีมือพื้นเมืองติดไม้ติดมือกลับบ้านและมีกิจกรรมชิมสาเกพื้นเมืองด้วย

 

(สถานที่จัดงานหลัก) Iwate Kogen Snow Park (岩手高原スノーパーク)
ช่วงเวลาจัดงาน: ต้น-กลางเดือนก.พ.
ระยะเวลาจัดงาน: 5-10 วัน (อาจมีการเปลี่ยนแปลงในแต่ละปี)
สถานที่: Iwateyama Nagayama, Shizukuishi, Iwate District, Iwate, Japan
การเดินทาง: ลงรถไฟที่สถานี JR Morioka แล้วนั่งรถ Shuttle Bus 1 ชั่วโมง
เว็บไซต์: http://www.iwateyukimatsuri.com/index.html (เว็บไซต์รวม), https://iwatekogen.jp/

6. เทศกาลโคมไฟ Yukihatago ของ Gassan Shizu Onsen (จังหวัดยามากาตะ)

yukihatago

เทศกาลโคมไฟ Yukihatago ของ Gassan Shizu Onsen (月山志津温泉「雪旅籠の灯り」) เป็นงานเทศกาลที่เรียบง่ายแต่มีเสน่ห์มากๆ งานหนึ่งของโทโฮคุ ด้วยประวัติที่พื้นที่ Gassan Shizu Onsen เคยเป็นจุดพักแรมของนักแสวงบุญที่เดินทางมาสักการะเขากัสซัน (月山, Gassan) หนึ่งในสามภูเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งเดวะมาก่อน และด้วยภูมิอากาศที่มีหิมะตกหนักที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น (เฉลี่ย 6 เมตรในแต่ละปี) จึงเป็นที่มาของเทศกาลโคมไฟ Yukihatago ที่ใช้หิมะในพื้นที่นี้สร้างกระท่อมหิมะขึ้นมาโดยจำลองแบบมาจากกระท่อมที่พักของนักเดินทางในอดีต

ภายในงาน เราสามารถชมบรรยากาศจำลองหมู่บ้านที่พักของนักเดินทางในอดีตซึ่งดูมีมนต์ขลังและอบอุ่นมากขึ้นด้วยแสงเทียนที่ประดับทั่วกระท่อมหิมะ จนเพียงลองชะโงกเข้าไปดูในกระท่อมก็รู้สึกราวกับได้หลบลมหนาวเข้าไปพักผ่อนกับนักเดินทางแล้ว หรือถ้าอยากอินกับบรรยากาศมากขึ้นอีก ภายในกระท่อมก็มีร้านเครื่องดื่มเปิดบริการให้เข้าไปนั่งพักผ่อนได้ นับเป็นความสนุกหนึ่งที่สัมผัสได้แค่ฤดูหนาวเท่านั้น

เทศกาลโคมไฟ Yukihatago ของ Gassan Shizu Onsen (月山志津温泉「雪旅籠の灯り」)
ช่วงเวลาจัดงาน: ปลายเดือนก.พ.
ระยะเวลาจัดงาน: 5-6 วัน
สถานที่: (Gassan Shizu Onsen) Shizu, Nishikawa, Nishimurayama District, Yamagata, Japan
การเดินทาง: สามารถนั่งรถไฟโดยตรงจากโตเกียวมายังสถานี JR Yamagata แล้วต่อรถบัสมาลงที่ป้าย GASSAN-Guchi (月山口) จะมีรถบริการรับ-ส่งของทางออนเซ็นมารับ
เว็บไซต์: http://www.gassan-shizuonsen.net/yukihatago/
หมายเหตุ: กิจกรรมนี้จำกัดเฉพาะแขกที่พักของออนเซ็นเท่านั้น เพื่อนๆ ที่สนใจเข้าร่วมงานต้องจองที่พักกับทางออนเซ็นในพื้นที่

7. งานประดับไฟ Sendai Pageant of Starlight (จังหวัดมิยางิ)

 

งานประดับไฟ Sendai Pageant of Starlight (SENDAI光のページェント) เป็นงานประดับไฟที่ขึ้นชื่อว่าโรแมนติกอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่นทีเดียว โดยเป็นงานประดับไฟ ณ​ ถนนโจเซนจิโดริ (定禅寺通り) ใจกลางเมืองเซนได งานประดับไฟ Sendai Pageant of Starlight จัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี 1986 โดยมีที่มาจากกลุ่มอาสาสมัครที่ตั้งใจว่า “อยากให้เมืองเซนไดในฤดูหนาวเต็มไปด้วยแสงสว่าง”

ภายในงานจะมีหลอดไฟมากกว่า 6 แสนดวงที่ประดับตามอุโมงค์ต้นไม้ทำให้ทั้งเมืองสว่างขึ้นมา และในช่วงเวลา 2 สัปดาห์ที่มีการประดับไฟนี้ จะมีการแสดงคอนเสิร์ตเปียโนและพาเหรดรถประดับไฟมาสร้างสีสันให้ลืมความหนาวเหน็บของฤดูหนาวกัน

 

งานประดับไฟ Sendai Pageant of Starlight (SENDAI光のページェント)
ช่วงเวลาจัดงาน: ช่วงกลาง-สิ้นเดือนธ.ค. (ช่วงเวลาจัดงานมีการเปลี่ยนแปลงทุกปี)
ระยะเวลาจัดงาน: 2 สัปดาห์
สถานที่: 9-10 3 Chome, Ichibanchi, Aoba, Sendai, Miyagi, Japan
การเดินทาง: ลงรถไฟที่สถานี JR Sendai ออกประตูทิศตะวันตก แล้วต่อรถไฟใต้ดินสาย Namboku (ที่มุ่งหน้าไปยังสถานี Izumi-Chuo) ลงรถไฟที่สถานี Kotodaikoen แล้วเดินต่ออีก 1 นาที
เว็บไซต์: https://sendaihikape.jp/

8. Urabandai Yukimatsuri Econight Fantasy (จังหวัดฟุกุชิม่า)

urabandai econight 2

ถ้าเพื่อนๆ รู้จักอุระบันได แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่เต็มไปด้วยทะเสสาบสวยงามจนได้ชื่อว่าเป็น “อาณาจักรแห่งทะเลสาบ” แล้ว ไฮไลท์ประจำปีของอุระบันไดที่ต้องโน้ตเพิ่มไว้เลยก็คือ Urabandai Yukimatsuri Econight Fantasy (裏磐梯雪まつりエコナイトファンタジー)

ในงานเทศกาลหิมะประจำปีของอุระบันไดนี้ นอกจากจะมีกิจกรรมขับ Snowmobile และการเดินเขาลุยหิมะที่เป็นกิจกรรมสายผจญภัยตามสไตล์อุระบันไดแล้ว ถ้าเพื่อนๆ อยู่ดึกหน่อยหรือค้างคืนที่นี่ เพื่อนๆ จะได้ชมการประดับเทียนกว่า 3,000 เล่มที่ส่องสว่างตลอดทางเดินให้เราได้เดินเล่นท่ามกลางหิมะและแสงเทียนในบรรยากาศที่ดูมีมนต์ขลัง ยังไม่นับการโชว์พลุสุดอลังการท่ามกลางป่าธรรมชาติอีกด้วย และถ้าเพื่อนๆ ห่วงเรื่องอาหารการกินล่ะก็ ไม่ต้องห่วง เพราะในงานจะมีบูธที่เสิร์ฟอาหารร้อนๆ แก้หนาวให้เราแน่นอน อ้อ กระซิบเพิ่มอีกนิดว่าอุระบันไดก็เป็นแหล่งดูดาวชั้นเยี่ยมเหมือนกันนะ! ใครอยากหาโอกาสดูดาวในฤดูหนาวล่ะก็ห้ามพลาดเลย!

 

Urabandai Yukimatsuri Econight Fantasy (裏磐梯雪まつりエコナイトファンタジー)
ช่วงเวลาจัดงาน: กลางเดือนก.พ.
ระยะเวลาจัดงาน: 1 วัน
สถานที่: 1093-1055 Kengamine, Hibara, Kitashiobara, Japan
การเดินทาง: นั่งรถไฟสาย JR Ban-etsu West มาลงที่สถานี JR Inawashiro แล้วต่อรถบัสอีก 40 นาที
เว็บไซต์: https://www.urabandai-inf.com/en/

ถ้าเพื่อนๆ กำลังลังเลระหว่างทริปเที่ยวแถบโตเกียวกับทริปสนุกกับเทศกาลฤดูหนาวอยู่ล่ะก็ ไม่ต้องไปไกลถึงฮอกไกโดเลย เพียงนั่งรถไฟชิวๆ จากสถานีโตเกียวขึ้นไปยังโทโฮคุ เพื่อนๆ ก็สามารถสนุกกับเทศกาลฤดูหนาวแบบไม่ซ้ำใครได้แล้ว ทั้งนี้ บางงานเทศกาลในนี้จัดเป็นเพียงเวลาสั้นๆ เท่านั้น ขอแนะนำให้เพื่อนๆ เช็ควันก่อนจัดทริปนะคะ ขอให้สนุกกับฤดูหนาวในโทโฮคุค่ะ!

แนะนำตัวช่วย! JR EAST PASS (Tohoku Area)

สำหรับใครที่สนใจจัดทริปเที่ยวเทศกาลฤดูหนาวในโทโฮคุเหล่านี้ เรามีตัวช่วยมาแนะนำเพื่อให้เพื่อนๆ สนุกกับทริปได้อย่างเต็มที่และประหยัดงบเดินทางกว่าเดิม นั่นคือตั๋ว JR EAST PASS (Tohoku Area) หนึ่งในตั๋วประเภท Pass จาก JR EAST ที่ให้เพื่อนๆ นั่งรถบัส รถไฟ และรถไฟธีมพิเศษ Joyful Train ในเครือ JR EAST ได้อย่างไม่จำกัดเป็นเวลา 5 วัน โดยเฉพาะรถไฟ Joyful Train ที่หลายขบวนนี้เปิดให้เพื่อนๆ ที่ถือ JR EAST PASS สามารถขึ้นได้ฟรีหรือจองที่นั่งได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย นับเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะทำให้การนั่งรถไฟเที่ยวญี่ปุ่นคุ้มค่าและสนุกกว่าเดิมทีเดียว!    สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

Categories
BLOG

“พวงหยก” ดอกไม้ที่มีสีสันราวกับหยกล้ำค่า รอทุกท่านมาเยี่ยมชมที่โอกินาว่า!

หากพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่น หลาย ๆ คนอาจจะนึกถึงสถานที่ดัง ๆ อย่างเช่น ดิสนีย์แลนด์ โตเกียวทาวเวอร์ หรือ ภูเขาไฟฟูจิ แต่ในครั้งนี้ จะขอนำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติทางตอนใต้ของญี่ปุ่นที่น่าสนใจไม่แพ้กัน นั่นก็คือ สวนพฤกษศาสตร์ตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Botanical Gardens) จังหวัดโอกินาว่า

พวงหยกแห่งโอกินาว่า

สวนพฤกษศาสตร์ตะวันออกเฉียงใต้ในโอกินาว่าแห่งนี้ เป็นสถานที่ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับสายท่องเที่ยวที่รักธรรมชาติ เพราะนอกจากจะได้ชมพืชพันธุ์เขตร้อนแล้ว ยังมีสัตว์นานาชนิดให้ได้รับชมอีกด้วย ไฮไลท์อย่างหนึ่งของที่นี่คือ “พวงหยก” ซึ่งมีสีสันที่แตกต่างจากดอกไม้ทั่วไป ด้วยโทนสีฟ้าอมเขียวเป็นพวงเรียงรายลงมาสวยงาม ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมมากมาย

ประวัติของพวงหยกก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ถิ่นกำเนิดอยู่ในพื้นที่ป่าดิบชื้นของหมู่เกาะฟิลิปปินส์ เป็นไม้เถาเลื้อยยืนต้น และยังแฝงความหมายที่ลึกซึ้งว่า “อย่าลืมฉัน” อีกด้วย

ด้วยความสวยงามของพวงหยกนอกจากจะดึงดูดนักท่องเที่ยวแล้วก็ยังดึงดูดค้างคาวผลไม้อีกด้วย ซึ่งสำหรับพวงหยก ค้างคาวเป็นตัวช่วยสำคัญในการผสมเกสรที่ทำให้พวงหยกยังคงดำรงอยู่ได้ เพราะพวงหยกถูกจัดให้อยู่ในบัญชีแดงของสหพันธ์การอนุรักษ์ธรรมชาติ กล่าวคือเป็นดอกไม้ที่ใกล้สูญพันธุ์นั่นเอง นี่จึงถือเป็นโอกาสดีที่เราจะได้ชื่นชมความงดงามของดอกไม้ล้ำค่าอย่างพวงหยกในขณะที่ยังไม่สูญพันธ์ุไป    สล็อตเว็บตรง

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการชม:  กลางเดือนเมษายน

 

Categories
BLOG

ฉลองครบ 20 ปีกับการผจญภัยในโลกเวทมนตร์ที่ Harry Potter Cafe

เชื่อว่าหลายๆ คนน่าจะรู้จักและเป็นแฟนนวนิยายหรือภาพยนตร์เรื่อง Harry Potter กันใช่ไหมคะ ไม่น่าเชื่อเลยว่ามาถึงตอนนี้ (ปี 2021) ภาพยนตร์ในซีรีส์นี้ได้ออกสู่สายตาผู้ชมทั่วโลกมาครบ 20 ปีแล้ว นับตั้งแต่ภาพยนตร์เรื่องแรกของซีรีส์หรือ Harry Potter and the Philosopher’s Stone เข้าฉาย

เนื่องในโอกาสพิเศษนี้ แฟนๆ เหล่าพ่อมดแม่มดจะได้ร่วมฉลองความนิยมที่มีมาอย่างยาวนาน กับ pop-up café สุดพิเศษอย่าง Harry Potter Café ที่โตเกียวและนาโกย่า ซึ่งเราสามารถไปลิ้มลองอาหารและเครื่องดื่มในธีม Harry Potter และ Fantastic Beasts ที่ถือเป็นภาพยนตร์ในซีรีส์เดียวกัน เรียกได้ว่าเห็นแล้วชวนให้หวนนึกถึงรายละเอียดต่างๆ ในภาพยนตร์เลยทีเดียว

เมนูในธีม Harry Potter

เริ่มด้วยเมนูข้าวกล่องเบนโตะที่มีธีมเป็น 4 บ้านในโรงเรียนเวทมนตร์ฮอกวอตส์ ซึ่งมาเป็นเซ็ตแซนด์วิชไส้ต่างๆ (ตามสีประจำบ้าน) และซุป สนนราคาอยู่ที่ 1,980 เยน (ประมาณ 590 บาท) และหากอยากได้กล่องเบนโตะที่มีตราประจำบ้านด้วย ก็มีขายเป็นเซ็ตพร้อมกล่องราคา 3,080 เยน (ประมาณ 920 บาท) เหมาะสำหรับนักสะสม

เบนโตะตามธีม 4 บ้านในโรงเรียนฮอกวอตส์
เบนโตะบ้าน Gryffindor
เบนโตะบ้าน Slytherin, Hufflepuff, Ravenclaw (จากซ้ายไปขวา)

นอกจากนี้ ยังมีเมนูที่น่าสนใจอย่าง “สลัดของวิชาปรุงยา” (薬草学サラダ) “เชพเพิร์ดพาย” สไตล์อังกฤษที่มีตราสัญลักษณ์โรงเรียนฮอกวอตส์ “รวมมิตรอาหารว่างของไปรษณีย์นกฮูก” (スナックプレート ~フクロウポスト~) และ “ไอศกรีมพาเฟต์ลูกสนิชสีทอง” (金のスニッチパフェ)

สลัดของวิชาปรุงยา
เชพเพิร์ดพาย
รวมมิตรอาหารว่างของไปรษณีย์นกฮูก
ไอศกรีมพาเฟต์ลูกสนิชสีทอง

สำหรับเมนูเครื่องดื่มก็ไม่น้อยหน้า เริ่มด้วยน้ำปั่นสมูธตี้ตามธีมของ 4 บ้าน รวมทั้งเมนูเด็ดคือกาแฟลาเต้ธีมรถไฟ Hogwarts Express ที่เนรมิตน้ำตาลสายไหมให้เป็นกลุ่มควันของรถไฟได้อย่างน่ารัก

เครื่องดื่มต่างๆ

เมนูในธีม Fantastic Beasts

สำหรับแฟนๆ เรื่อง Fantastic Beasts ก็น่าจะถูกใจคาเฟ่นี้เช่นกัน เพราะทางร้านมีเมนูหน้าตาน่ารักน่ารับประทานในธีมของภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย นั่นคือ “ทาร์ตส้มตัวนิฟเฟลอร์” (ニフラー オレンジタルト) ซึ่งตกแต่งได้ดูระยิบระยับ สมกับธีมของเจ้านิฟเฟลอร์ สัตว์วิเศษที่ชื่นชอบของแวววาว และ “เค้กช็อกโกแลตกระเป๋าเดินทางแห่งเวทมนตร์” ซึ่งมาในรูปแบบของกระเป่าเดินทางของตัวเอก นิวท์ สคามันเดอร์ อีกด้วย  UFABET เว็บตรง

ทาร์ตส้มตัวนิฟเฟลอร์
เค้กช็อกโกแลตกระเป๋าเดินทางแห่งเวทมนตร์

แค่เห็นเมนูก็รู้แล้วว่าจัดเต็มขนาดไหน นอกจากนี้ยังมีของที่ระลึกสุดลิมิเต็ดวางจำหน่ายในคาเฟ่ด้วย

สำหรับใครที่อยู่ญี่ปุ่นในช่วงนี้ จะลองแวะเวียนไปท่องโลกเวทมนตร์ผ่านการชิมเมนูสุดแสนพิเศษนี้ก็ได้นะคะ โดยคาเฟ่นี้จะเปิดให้บริการที่โตเกียวในช่วงวันที่ 22 กรกฎาคม – 9 กันยายน 2021 ส่วนที่นาโกย่าจะเปิดให้บริการในช่วงวันที่ 23 กรกฎาคม – 8 สิงหาคม 2021 นี้ค่ะ

Harry Potter Café in Tokyo
OMOTESANDO BOX café & space
Pine Under Flat Building B1F
5-chome-13-2 Jingumae, Shibuya City, Tokyo 150-0001

Harry Potter Café in Nagoya
NAGOYA BOX café & space
3 Chome-6, Sakae, Naka ward, Nagoya, Aichi 460-0008

Categories
BLOG

5 อันดับบ่อน้ำพุร้อนที่มาแรงในปี 2021 !

เพื่อน ๆ รู้หรือไหมว่าออนเซ็นในแต่ละที่ไม่ได้มีดีแค่บ่อน้ำพุร้อนเพียงอย่างเดียวเท่านั้นนะ แต่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวชวนให้หลงใหลอยู่รอบ ๆ ออนเซ็นอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร สวนสนุก สวนสัตว์ ก็มี วันนี้เราจะพามารู้จัก 5 อันดับออนเซ็นที่กำลังมาแรงสุด ๆ และสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าตื่นตาตื่นใจในละแวกนั้นกัน

อันดับ 1 อาตามิออนเซ็น (Atami Onsen)

อาตามิออนเซ็น ตั้งอยู่ในจังหวัดชิสุโอกะ ซึ่งสามารถเดินทางจากโตเกียวโดยนั่งรถไฟชินคันเซ็นใช้เวลาประมาณ 35 นาที ส่วนประกอบของน้ำในอาตามิออนเซ็น จะประกอบไปด้วย “คลอไรด์” ซึ่งมีเกลือผสมอยู่ และมีความคล้ายเหมือนกับน้ำทะเล จึงมีคุณสมบัติในการช่วยรักษาความอบอุ่นของร่างกาย

บรรดาออนเซ็นในอาตามิ เราขอแนะนำที่พักสุดสวีทอย่าง Fufu Atami (ふふ 熱海) โดยที่พักที่นี่ในแต่ละห้องจะมีบ่อแช่ออนเซ็นส่วนตัวให้ทุกห้อง และมีการตกแต่งภายในแบบญี่ปุ่นสมัยใหม่ นอกจากจะมีบ่อแช่ส่วนตัวแล้ว ยังมีบ่อน้ำพุร้อนกลางแจ้ง พร้อมห้องซาวน่าภายในที่พักอีกด้วย

Fufu Atami (ふふ 熱海)
ที่อยู่: 11-48 Minaguchicho, Atami, Shizuoka 413-0016
Japan
เวลาทำการ: 6:00 ~ 11:00 / 15:00 ~ 24:00
วันหยุด: ไม่มี
Website: atamifufu.jp

อาตามิออนเซ็นนอกจากจะเป็นแหล่งรวมบ่อน้ำพุร้อนแล้ว ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมสนุก ๆ ให้ทำอีกมากมาย เช่น
– สวนสมุนไพรและดอกกุหลาบ (Herb & Rose Garden)
– ปราสาทอาตามิ (Atami Castle)
– พิพิธภัณฑ์ศิลปะ MOA (MOA Museum of Art)
– พิพิธภัณฑ์เขาวงกตเวทมนตร์ (Atami Trick Art Museum)

อันดับ 2 เบปปุออนเซ็น (Beppu Onsen)

เบปปุออนเซ็น ตั้งอยู่ในจังหวัดโออิตะ เป็นจังหวัดที่มีแหล่งน้ำพุร้อนและแหล่งน้ำแร่มากที่สุดในญี่ปุ่น สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่พลาดไม่ได้นั้นก็คือ “ทัวร์นรกบ่อน้ำพุร้อนทั้ง 7 แห่ง” ซึ่งจะเป็นบ่อน้ำแร่ตามธรรมชาติที่อยู่ทั่วจังหวัดโออิตะ และทั้ง 7 แห่งประกอบไปด้วย

– Umi Jigoku (ขุมนรกแห่งน้ำทะเล) เป็นบ่อน้ำพุร้อนสีฟ้าใสดั่งน้ำทะเล และเป็นขุมนรกที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาทั้งเจ็ดขุม

– Oniishibozu Jigoku (ขุมนรกแห่งความมืดมน) เป็นนรกขุมที่มีน้ำพุร้อนผุดขึ้นมาเป็นโคลนสีเทา และมีความร้อนอยู่ที่ประมาณ 99 องศาเซลเซียส

– Kamado Jigoku (ขุมนรกแห่งการเยียวยา) เป็นบ่อน้ำพุร้อนที่มีคุณสมบัติดีต่อร่างกาย

– Oniyama Jigoku (ขุมนรกแดนจระเข้) นรกขุมนี้นอกจากจะมีบ่อน้ำพุร้อนแล้ว ยังมีสถานที่ที่ให้คุณสามารถแวะไปดูจระเข้ได้อีกด้วย

– Shiraike Jigoku (ขุมนรกปลากินคน) ขุมนรกแห่งนี้เป็นบ่อน้ำพุร้อนที่ผุดขึ้นเองตามธรรมชาติ และยังเป็นแหล่งเลี้ยงปลาปิรันย่า

– Chinoike Jigoku (ขุมนรกแห่งการนองเลือด) สีของน้ำในนรกขุมนี้จะเป็นสีส้มแดง เปรียบเสมือนสีของเลือด

– Tatsumaki Jigoku (ขุมนรกแห่งพลัง) บ่อน้ำพุร้อนอันทรงพลังแห่งนี้จะมีน้ำพ่นออกมาทุก ๆ 30-40 นาที และพ่นออกมานานถึง 6-10 นาที

นอกจากนี้ยังมี “ศาลเจ้าคามาโดะ” ที่เป็นต้นกำเนิดของการ์ตูนแอนิเมชันเรื่อง ดาบพิฆาตอสูร (鬼滅の刃) ในเมืองเบปปุที่สามารถดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยวได้เยอะอีกด้วย

อันดับ 3 คุซัตสึออนเซ็น (Kusatsu Onsen)

คุซัตสึออนเซ็น ตั้งอยู่ในจังหวัดกุนมะ เป็นออนเซ็นที่มีน้ำพุร้อนผุดขึ้นมาเองตามธรรมชาติมากที่สุดในญี่ปุ่น โดยออนเซ็นของที่นี่จะเป็นออนเซ็นที่ไม่ผ่านการผสมน้ำเพื่อปรับอุณหภูมิใด ๆ ทั้งสิ้น จึงมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อและช่วยให้ร่างกายอบอุ่นอยู่ตลอด

สำหรับบ่อน้ำพุร้อนในคุซัตสึออนเซ็นที่เราอยากนำเสนอนั้นก็คือ “ย่านยูบาตาเกะ” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ขึ้นชื่อแห่งคุซัตสึออนเซ็น แถมยังรายล้อมไปด้วยโรงแรมน้ำพุร้อน ร้านอาหาร และร้านขายของที่ระลึกอีกมากมาย เรียกได้ว่าเป็นเมืองแห่งน้ำพุร้อนจริง ๆ

Yubatake (湯畑)
ที่อยู่: Kusatsu, Agatsuma District, Gunma 377-1711 Japan
เวลาทำการ: 24 ชั่วโมง
วันหยุด: ไม่มี

อันดับ 4 ชิราฮามะออนเซ็น (Shirahama Onsen)

ชิราฮามะออนเซ็น ตั้งอยู่ทางตอนใต้ในจังหวัดวาคายามะ มีอายุตั้งแต่ยุคอาซูกะ-ยุคนารา ยาวนานกว่า 1,350 ปี ชิราฮามะออนเซ็นเป็นบ่อน้ำพุร้อนที่มีวิวทะเลอันกว้างใหญ่ และหาดทรายขาวละเอียด ซึ่งเป็นชายหาดที่ตื้นและได้รับความนิยมในช่วงฤดูร้อน และยังสามารถสวมชุดว่ายน้ำลงบ่อน้ำพุร้อนกลางแจ้งได้อีกด้วย

 

บ่อน้ำพุร้อนที่นี่มีคุณสมบัติของน้ำที่แต่งต่างกันออกไปในแต่ละเรียวคัง ซึ่งมีส่วนช่วยในการรักษาและเยียวยาอาการเจ็บปวดของกล้ามเนื้อ อาการหนาวสั่น และโรคผิวหนังเรื้อรัง

สำหรับที่พักในชิราฮามะออนเซ็นที่น่าไปพักผ่อนสุด ๆ ก็คือ “SakinoYu Onsen” บ่อน้ำพุร้อนของที่นี่สามารถมองเห็นวิวทะเลสุดลูกหูลูกตา และตอนที่แช่อยู่หากหลับตาลงก็จะได้ยินเสียงคลื่นทะเลทำให้เราผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น

SakinoYu Onsen Spa (崎の湯)
ที่อยู่: 1668, Shirahama, Nishimuro District, Wakayama 649-2211 Japan
เวลาทำการ: 8:00 ~ 17:00
วันหยุด: ไม่มี
Website: town.shirahama

หากมาเที่ยวที่นี่แล้ว สถานที่ที่พลาดไม่ได้นั้นก็คือ “Adventure World” เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่รวมทั้งสวนสนุก สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไว้ด้วยกัน

อันดับ 5 นาสุออนเซ็น (Nasu Onsen)

นาสุออนเซ็น ตั้งอยู่ในจังหวัดโทชิงิ เป็นบ่อน้ำพุร้อนที่เปิดให้บริการมานานกว่า 1,300 ปี และเป็นบ่อน้ำพุร้อนที่มีน้ำพุร้อนผุดขึ้นมาจากเนินเขาของภูเขาไฟ “Nasu Mt. Chausu-dake”

สำหรับบ่อน้ำพุร้อนในนาสุออนเซ็นที่เราอยากแนะนำนั้นก็คือ “Kita Onsen” เป็นที่พักสุดแสนจะเรียบง่าย ซึ่งรายล้อมไปด้วยวิวต้นไม้และภูเขา

Kita Onsen (北温泉旅館)
ที่อยู่: 151 Yumoto, Nasu, Nasu District, Tochigi 325-0301 Japan
เวลาติดต่อ: 8:00 ~ 20:00
วันหยุด: ไม่มี
Website: kitaonsen

นอกจากนี้ยังมีสถานที่ที่ให้คุณสามารถแวะเล่นกับสัตว์ได้อีกด้วย เช่น “Nasu Animal Kingdom” “Nasu Safari Park” และ “Minamigaoka Dairy Farm”

ถ้าพูดถึงการแช่บ่อน้ำพุร้อนก็ต้องนึกถึงที่ญี่ปุ่นนี่ละครับ ทั้งช่วยในเรื่องของการผ่อนคลาย และยังช่วยรักษาเยียวยาส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้อีกด้วย แหมสรรพคุณเยอะจริง ๆ เลยครับ ถ้าหากใครได้ไปเที่ยวที่ญี่ปุ่น อย่าลืมลองไปแช่ออนเซ็นกันดูนะครับ  UFABET เว็บตรง

Categories
BLOG

น่ารักไม่ไหว! ชวนชมดอกอะจิไซลอยน้ำที่ศาลเจ้าดาไซฟุ!!

หลังจากซากุระร่วงโรยไป พอเข้าสู่ช่วงปลายเดือนพฤษภาคมก็จะเป็นหน้าของดอก อะจิไซ (紫陽花) หรือที่คนทั่วไปรู้จักกันในชื่อดอกไฮเดรนเยีย ดอกไม้แห่งฤดูฝน สถานที่ชมดอกอะจิไซก็มีอยู่หลายแห่ง แต่บทความนี้จะพาชมดอกอะจิไซในเชิงศิลปะการจัดดอกไม้ในอ่างน้ำล้างมือใน ศาลเจ้าดาไซฟุเท็มมังกู

ดอกอะจิไซลอยน้ำ

 

การชำระล้างจิตใจและร่างกายให้สะอาดก่อนสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นพื้นฐานความคิดและหลักปฏิบัติของชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน ดังนั้นเราจึงเห็นอ่างน้ำล้างมือตรงอยู่หน้าศาลเจ้าหรือก่อนเข้าไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในตัววัดหรือศาลเจ้า

ฮานะโจซุ (花手水 – HanaChouzu) เป็นศิลปะการจัดแต่งดอกไม้หลากหลายสีสันที่อ่างน้ำล้างมือ มีความสวยงามดูแล้วชื่นตาสบายใจ สีสันก็สดใสงดงามเหมาะกับถ่ายรูปเป็นที่สุด ถ้าให้ยกตัวอย่างฮานะโจซุ ก็ต้องพูดถึง ศาลเจ้าดาไซฟุเท็มมังกู (太宰府天満宮) ในจังหวัดฟุกุโอกะ เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงในเรื่องการเรียน เพราะเป็นที่สิงสถิตย์ของซุกาวาระ โนะ มิจิซาเนะ (菅原道真 ค.ศ. 845-903) ขุนนางในสมัยเฮอันที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นเทพเจ้าแห่งการศึกษา

 

เมื่อลอดเสาโทริอิเข้าไปยังศาลเจ้า เราก็จะพบกับซุ้มอ่างน้ำล้างมือ ที่เต็มไปด้วยดอกไม้สีสันสวยงามซึ่งจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล แต่ส่วนตัวคิดว่าดอกไม้ที่เหมาะกับฮานะโจซุก็คือดอกอะจิไซค่ะ แนะนำให้มาช่วงประมาณปลายพฤษภาคาถึงเดือนมิถุนายน เพราะจะเห็นอ่างน้ำเต็มไปด้วยดอกอะจิไซหลากหลายสีสัน ลอยฟูฟ่องอยู่เต็มอ่างน้ำ เห็นแล้วรู้สึกถึงความชุ่มชํ่าแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย สมกับเป็นดอกไม้แห่งฤดูฝน

จุดเด่นของฮานะโจซุที่ศาลเจ้าดาไซฟุก็คือขนาดอ่างน้ำที่ใหญ่กว่าศาลเจ้าทั่วไป และสีสันของดอกไม้กับหลังคาสีแดงของศาลเจ้าที่สะท้อนอยู่บนผิวน้ำตัดกันได้อย่างลงตัว จนทำให้หลายคนอดใจไม่ไหวที่จะต้องถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึก

 

 

ดาไซฟุเป็นศาลเจ้าที่เก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์มากๆ นอกจากขอพรแล้วก็อย่าลืมแวะไปชมความสวยงามของดอกไม้ในอ่างน้ำนะคะ ทางศาลเจ้าจะเปลี่ยนดอกไม้ที่ใช้ลอยน้ำไปตามฤดูกาล รับรองว่าสวยงามถูกใจไม่มีเบื่อแน่นอน!  สล็อตเว็บตรง

ศาลเจ้าดาไซฟุเท็มมังกู (太宰府天満宮)
ที่ตั้ง : 4 Chome-7-1 Saifu, Dazaifu, Fukuoka 818-0117, Japan
เวลาทำการ : 6:30 – 18:30PM
วิธีเดินทาง : ใช้ Nishitetsu train ลงสถานี Dazaifu และเดินต่อประมาณ 5 นาที
แผนที่:

Categories
BLOG

นางแบบสาว Rola เปิดตัวช่องยูทูบ เพื่อค้นหาสิ่งใหม่ ๆ ต้อนรับอายุ 30 ปี

นางแบบสาว Rola เปิดตัวช่องยูทูบ

นางแบบสาว Rola เปิดตัวช่องยูทูบ

นางแบบและดาราสาว “Rola” (29 ปี) เปิดตัวช่องยูทูบของเธอที่มีชื่อว่า “Rola Official” เมื่อวันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา

 

ซึ่งเธอเคยประกาศผ่านอินสตาแกรมไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า “ฉันมีเรื่องจะประกาศให้ทุกคนทราบค่ะ คือฉันจะเริ่มทำช่องยูทูบตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไปล่ะ♥️” หลังจากประกาศ ช่องยูทูบของ Rola ก็ถูกสร้างขึ้นโดยยังไม่มีการอัปโหลดคลิปวิดีโอ แต่มียอดผู้ติดตามเกินกว่า 10,000 ในเวลาเพียงไม่นาน

และในวันที่ 8 มกราคม เวลา 20:00 น. คลิปวิดีโอแรกของเธอก็ถูกอัปโหลดขึ้นพร้อมชื่อไตเติ้ลว่า “Rola จะลองทำช่องยูทูบดูนะคะ!!” ซึ่งเธอได้เขียนคำอธิบายใต้คลิปไว้ว่า “นี่ Rola เองนะคะทุกคน! ฉันตัดสินใจอัปโหลดคลิปวิดีโอพูดคุยเพื่อเป็นที่ระลึกในปี 2020! และจะรู้สึกยินดีมาก ๆ หากคลิปของฉันทำให้ทุกคนสัมผัสได้ถึงอารมณ์ที่หลากหลาย ทั้งมีความสุข ร้องไห้ หรือได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ !! ซึ่งในคลิปนี้ ฉันจะพูดเกี่ยวกับสิ่งที่อยากจะทำบนยูทูบ อย่าลืมชมกันนะคะ!”

 

โดยในคลิปเปิดตัวช่องยูทูบแรกของ Rola ก็ได้มีการเล่าที่มาในการทำช่องยูทูบ, เป้าหมายในการทำคลิปวิดีโอ และ Rola ยังได้วางแผนสิ่งที่เธออยากจะทำในอนาคตโดยการเขียนบนไวท์บอร์ดด้วยลายมือของเธอเอง ซึ่งเธอยืนยันแนวทางการทำช่องยูทูบว่า เธอจะเป็นคนวางแผนการทำคลิปต่าง ๆ และถ่ายทำคลิปด้วยตนเอง รวมถึงเช็ควิดีโอในขั้นตอนการตัดต่อเองอีกด้วย

สล็อตเว็บตรง

Categories
BLOG

ร้านราเมงอัจฉริยะ ไร้พนักงาน บริการแบบออโต้ !

ร้านราเมงอัจฉริยะไร้พนักงาน บริการแบบออโต้

ร้านราเมงอัจฉริยะไร้พนักงาน บริการแบบออโต้

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สถานีชิบูย่าได้เปิดร้านราเม็งอัจฉริยะ ไร้พนักงาน เป็นร้านแรกในญี่ปุ่น ! ในชื่อว่า Ekinaka Mujin Ramen”

ภายในร้านจะไม่มีพนักงานคอยให้บริการ เมื่อเปิดเข้าไปจะมีที่นั่งแบบเคาท์เตอร์ ซึ่งกลุ่มเป้าหมายหลักของร้านคือให้เหล่าสาว ๆ ได้มาแวะทานราเมงระหว่างที่เดินทางหรือระหว่างทางกลับบ้านได้ง่าย ๆ ราเมงในร้านนี้จะเป็นราเมงคัพ “Ramen Mocchicchi” ที่ได้รับความนิยมมากในหมู่ผู้หญิง โดยราเมงคัพเหล่านี้สนับสนุนโดยบริษัท acecook

สำหรับร้านค้าที่ไม่ใช้แรงงานคนแบบนี้ ก็ได้ใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจากอีก 2 บริษัทด้วย การจัดการในร้านไปจนถึงดูแลสต๊อกสินค้า จะใช้ระบบจากบริษัท Microsoft Japan การชำระเงินก็เพียงแค่ใช้บัตรชำระได้อย่างสะดวกสบาย หลังทานเสร็จจะมีหุ่นยนต์ทำความสะอาดจากบริษัท iRobot Japan ออกมาทำความสะอาดบนโต๊ะที่นั่งทานอย่างอัตโนมัติ

ด้วยความร่วมมือจากทั้ง 3 บริษัท ทำให้เกิดเป็นร้านราเมงไร้พนักงานสุดไฮเทคนี้ขึ้นมา โอ้โห พัฒนาไม่หยุดฉุดไม่อยู่เลยจริง ๆ ใครที่อยากลองไปใช้บริการก็ต้องรีบนิดนึงนะคะ เพราะเปิดแค่ในช่วงเวลาจำกัดค่ะ แต่ไม่แน่ว่าในอนาคตอาจจะมีร้านค้าที่ไม่ต้องจ้างพนักงานเพิ่มขึ้นอีกก็เป็นได้นะคะ ^^  

สล็อตเว็บตรง

Categories
BLOG

สวมหน้ากากก็ยังจำได้นะ! น้องแมวกับคุณรปภ.เจอกันอีกครั้งในรอบ 2 เดือน

สวมหน้ากากก็ยังจำได้นะน้องแมวกับคุณรปภ

สวมหน้ากากก็ยังจำได้นะน้องแมวกับคุณรปภ

สวมหน้ากากก็ยังจำได้นะน้องแมวกับคุณรปภ

น้องแมวที่พยายามจะเข้าพิพิธภัณฑ์ศิลปะกับรปภ.ที่พยายามรักษาความปลอดภัยที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมืองโอโนมิจิ (Onomichi City Museum of Art) จังหวัดฮิโรชิม่ากลายเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง หลังจากสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้พิพิธภัณฑ์ต้องปิดทำการชั่วคราว แต่สุดท้ายแมวดำ “เคนจัง” ก็ได้กลับมาเจอคุณรปภ.อีกครั้งในรอบ 2 เดือน!

เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม ทวิตเตอร์ของพิพิธภัณฑ์ได้โพสต์ข้อความว่า “รูปคู่กลับมาแล้ว รอมานานแล้วเมี้ยว” พร้อมอัพรูปคุณรปภ.ที่มองเคนจังนอนเอกเขนกอยู่หน้าทางเข้าพิพิธภัณฑ์ โพสต์ดังกล่าวมีคนเข้ามากดไลค์กว่า 9,000 ไลค์ รวมถึงแสดงความคิดเห็นมากมายอย่างเช่น “รอรูปคู่มานานแล้ว” “สายตาที่มองเคนจังของคุณรปภ.อ่อนโยนเหมือนเดิมเลย”

เคนจังกับคุณรปภ.เจอกันครั้งสุดท้ายวันที่ 14 มีนาคม ซึ่งเป็นวันแรกที่จัดนิทรรศการพิเศษ แต่ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ทำให้พิพิธภัณฑ์ต้องปิดตั้งแต่กลางเมษายนไปจนถึงต้นพฤษภาคม เป็นเวลาประมาณ 2 เดือน

เคนจังเป็นแมวของร้านอาหารใกล้ ๆ พิพิธภัณฑ์ โด่งดังครั้งแรกในเดือนมีนาคมปี 2017 เคนจังพยายามจะเข้าไปในพิพิธภัณฑ์หลายครั้ง แต่ก็ถูกคุณรปภ.คอยพาออกไปตลอด หลังจากนั้นก็มีการทวิตถึง “ศึกระหว่างแมวและรปภ.” เป็นระยะ ๆ ทุกครั้งที่เจ้าเคนจังพยายามจะบุกเข้าพิพิธภัณฑ์ จะต้องเป็นตอนที่คุณอุมะยะฮะระ ซาดาโอะอยู่เวรตลอด ทั้ง ๆ ที่คุณคุณอุมะยะฮะระจะมาดูแลแค่ช่วงนิทรรศการพิเศษซึ่งจัด 4 ครั้งต่อปีเท่านั้น

เจ้าหน้าที่ของพิพิธภัณฑ์กล่าวว่า เคนจังอาจจะอยากมาอ้อนคุณอุมะยะฮะระมากกว่าจะอยากเข้าพิพิธภัณฑ์ หลักฐานนั้นก็คือ ในวันที่ 20 พฤษภาคม เคนจังผ่านประตูบานแรกเข้ามาแล้วนั่งอยู่หน้าประตูบานที่สองของทางเข้า

“วันนั้นคุณอุมะยะฮะระไม่อยู่ สงสัยพอมองไม่เจอตัวก็เลยล้มเลิก” เจ้าหน้าที่ของพิพิธภัณฑ์กล่าวเสริม

ในการพบกันในรอบ 2 เดือนครั้งนี้ คุณอุมะยะฮะระสวมหน้ากากด้วย เป็นครั้งแรกที่เคนจังเห็นคุณอุมะยะฮะระพร้อมกับหน้ากาก แต่เคนจังก็ยังจำได้ ไม่หนี และมาอ้อนเหมือนเดิม

“นิทรรศการพิเศษขยายเวลาเพิ่ม แต่เรายังต้องระวังเรื่องจำนวนคน คุณอุมะยะฮะระจึงมาแค่ช่วงสุดสัปดาห์ อาจจะได้เห็นการปะทะกันน้อยลง แต่ถ้ามีการเคลื่อนไหวใด ๆ เกิดขึ้น เราจะแจ้งให้ทราบทางทวิตเตอร์อีกที โปรดติดตามด้วยครับ” เจ้าหน้าที่ของพิพิธภัณฑ์กล่าวทิ้งท้ายอย่างน่ารัก

ไม่ใช่แค่เคนจังเป็นแฟนคลับพิพิธภัณฑ์นี้ แต่ดูเหมือนว่าพิพิธภัณฑ์เองก็โดนเคนจังตกไปแล้วเหมือนกันค่ะ เพราะมักจะอัพเดทรูปน่ารัก ๆ ของเคนจังอยู่ตลอดเลย ใครที่อยากติดตามเคนจัง ก็ไปติดตามได้ทางทวิตเตอร์ของพิพิธภัณฑ์ค่ะ

นอกจากเคนจังแล้วยังมีกจจัง แมวสีส้มอีกตัวที่เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์คาดว่าน่าจะอาศัยอยู่ในท้องถิ่นแถบนี้พยายามจะเข้าพิพิธภัณฑ์ด้วยเหมือนกันค่ะ

สล็อตเว็บตรง

Categories
BLOG

ZIPAIR เตรียมจำหน่ายตั๋วโดยสารเส้นทางกรุงเทพฯ-โตเกียว ตั้งแต่ 28 มีนาคม ถึง 30 มิถุนายนนี้

ZIPAIR เตรียมจำหน่ายตั๋วกรุงเทพฯ-โตเกียว

ZIPAIR เตรียมจำหน่ายตั๋วกรุงเทพฯ-โตเกียว

ZIPAIR เตรียมจำหน่ายตั๋วกรุงเทพฯ-โตเกียว

อัปเดทล่าสุดรับปีใหม่จาก ZIPAIR สายการบิน LCC ระดับพรีเมียมของสายการบิน Japan Airlines (JAL) ที่จะเริ่มจำหน่ายเที่ยวบินตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคมถึง 30 มิถุนายน 2564 ในเส้นทางโตเกียว (นาริตะ) = กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 8 มกราคม 2564 นี้เป็นต้นไป แบบไม่ให้ขาดช่วงเลยทีเดียว เรามาดูตารางบินของช่วงครึ่งปีแรกกัน

 

ตารางบิน

นาริตะ (NRT) – กรุงเทพฯ (BKK) | ZG51 | ออกจากนาริตะ 17.20 น. ถึงกรุงเทพฯ 22.00 น. | บินทุกวัน ตั้งแต่ 28 มี.ค. – 30 มิ.ย. 2564
กรุงเทพฯ (BKK) – นาริตะ (NRT) | ZG52 | ออกจากกรุงเทพฯ 23.30 น. ถึงนาริตะ 7.15 น. (+1) | บินทุกวัน ตั้งแต่ 28 มี.ค. – 30 มิ.ย. 2564

– เที่ยวบิน ZG51 เป็นเที่ยวบินกึ่งพาณิชย์ที่ได้รับการรับรองจากรัฐบาลไทย และสามารถโดยสารได้เฉพาะผู้โดยสารที่ได้รับหนังสือรับรองการเข้าเมืองที่ออกโดยสถานทูตหรือสถานกงสุลไทยเท่านั้น

*ตารางเที่ยวบินขึ้นอยู่กับการอนุมัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
**ตารางการบินของเดือนกรกฎาคม 2564 เป็นต้นไปจะประกาศทันทีที่มีการตกลงเรียบร้อยแล้ว

ค่าโดยสาร

ค่าโดยสารแบ่งออกเป็นสองประเภท ได้แก่ “ZIP Full-Flat Value” ซึ่งเป็นตั๋วที่นั่งเกรดพรีเมียม และ “Standard Value” เป็นตั๋วที่นั่งแบบธรรมดา โดยในส่วนของ “Standard Value” จะมี “U6 Standard Value” สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 7 ปี ซึ่งมีอัตราค่าโดยสารแบบเที่ยวเดียวอยู่ที่ 5,000 เยน เพื่อให้เด็กทุกคนรวมถึงทารกที่อายุต่ำกว่า 2 ปีมีที่นั่งเป็นของตนเอง

ค่าที่นั่ง

ZIP Full-Flat Value
ค่าโดยสาร (ต่อที่นั่ง, เที่ยวเดียว)
โตเกียว-กรุงเทพฯ: 49,000-339,000 เยน
กรุงเทพฯ-โตเกียว: 15,000-61,800 บาท
อายุ: 7 ปีขึ้นไป

Standard Value
ค่าโดยสาร (ต่อที่นั่ง, เที่ยวเดียว)
โตเกียว-กรุงเทพฯ: 12,500-254,000 เยน
กรุงเทพฯ-โตเกียว: 4,200-51,600 บาท
อายุ: 7 ปีขึ้นไป

U6 Standard Value
ค่าโดยสาร (ต่อที่นั่ง, เที่ยวเดียว)
โตเกียว-กรุงเทพฯ: 5,000 เยน
กรุงเทพฯ-โตเกียว: 1,600 บาท
ค่าโดยสาร (ต่อที่นั่ง, เทียวเดียว)
อายุ: ต่ำกว่า 7 ปี

-ค่าโดยสารเที่ยวเดียวต่อ 1 ที่นั่ง
-นอกเหนือจากค่าโดยสารแล้ว ผู้โดยสารจำเป็นต้องชำระค่าธรรมเนียมสนามบินและค่าภาษีด้วย
-ค่าโดยสารรวมสัมภาระถือขึ้นเครื่องน้ำหนักไม่เกิน 7 กก.
-มีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมสำหรับการสั่งอาหาร การตรวจสอบสัมภาระ และการเลือกที่นั่งล่วงหน้า
-ค่าโดยสารที่นั่งแบบ ZIP Full-Flat Value และ Standard Value อาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับจำนวนที่นั่งที่เหลืออยู่

ข้อกำหนดเกี่ยวกับค่าโดยสาร

การจองเที่ยวบิน: บนเว็บไซต์ของ ZIPAIR หรือที่ ZIPAIR Contact Center
กำหนดเวลาซื้อตั๋ว:
(จากโตเกียว) อย่างน้อย 8 วันก่อนกำหนดวันออกเดินทาง
(จากกรุงเทพฯ) อย่างน้อย 90 นาทีก่อนกำหนดเวลาออกเดินทาง
การเปลี่ยนวันที่บิน: ไม่ได้
การคืนเงิน: ไม่ได้

กรณีซื้อตั๋วที่ ZIPAIR Contact Center จะมีการคิดค่าธรรมเนียมต่อคน/ที่นั่ง รายละเอียดเพิ่มเติมโปรดตรวจสอบที่เว็บไซต์ของ ZIPAIR

วันเริ่มจำหน่ายตั๋ว

ตั๋วเที่ยวบินตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคมจะเริ่มจำหน่ายวันที่ 8 มกราคม เวลา น. เป็นต้นไป

เกี่ยวกับสายการบิน ZIPAIR

ZIPAIR Tokyo เป็นสายการบินราคาประหยัดในเครือของ Japan Airlines (JAL) ที่เปิดตัวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2019 และเริ่มให้บริการครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2020 ที่ผ่านมา โดยมาพร้อมคอนเซปต์ที่น่าจับตามองคือ ความสมดุลระหว่างการบริการที่ทันสมัยและราคาที่คุ้มค่า ดังนั้นแม้ว่าราคาตั๋วจะถูก แต่การบริการของ ZIPAIR นั้นเทียบเท่าสายการบินชั้นนำจนไม่ให้ความรู้สึกว่าเป็นสายการบิน Low Cost แต่อย่างใด

 

ตัวอย่างจุดเด่นที่น่าสนใจของสายการบิน ZIPAIR ได้แก่

  • ขึ้นเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิและนั่งตรงไปยังญี่ปุ่นได้โดยไม่ต้องต่อเครื่อง ในราคาที่ถูกกว่า
  • เครื่องบินใหม่ ปลอดภัย
  • มีบริการ Wi-fi ฟรีบนเครื่องตลอดการเดินทาง
  • สามารถชาร์จโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์เช่น iPad บนเครื่องได้ผ่าน USB
  • สามารถชมสื่อบันเทิงผ่านอุปกรณ์ส่วนตัวได้
  • การออกแบบภายในและที่นั่งที่สบายเกินราคาแบบสุดๆ (อ่านต่อที่นี่)
  • ที่นั่งแบบ Standard (Economy) สามารถปรับเบาะเอนหลังได้โดยไม่ต้องกลัวรบกวนผู้โดยสารข้างหลัง

 

แม้ว่าตอนนี้เราจะยังเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นแบบอิสระไม่ได้เหมือนเมื่อก่อน แต่ ANNGLE เชื่อว่า ถ้าสถานการณ์ดีขึ้นเมื่อไหร่ วันที่เราจะได้สัมผัสความล้ำและสะดวกสบายบนเครื่องบิน ZIPAIR คงไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อมอย่างแน่นอน รอติดตามอัปเดทจาก ZIPAIR Tokyo ครั้งต่อไปกันได้เลย!  สล็อตเว็บตรง